นัดถัดไป:

สเปอร์ส (A) 05 มี.ค. 2017 20:30 , Baclays Premier League

05 วัน 07 ชั่วโมง 41 นาที 57 วินาที

เชมุส โคลแมน

หมายเลข 23
ตำแหน่ง กองหลัง
วันเกิด 11 ต.ค. 1988 
สถานที่เกิด โดเนกัล,สาธารณรัฐไอร์แลนด์

แบ็คขวารายนี้ติดทีมชาติไอร์แลนด์ ทั้งในระดับยู-21 และ ยู-23 ซึ่งเจ้าตัวได้โอกาสลงสนามรับใช้ชาติเป็นครั้งแรกในศึกกระชับมิตรชุดยู-21 กับสวีเดน ในปี 2008

เขาเริ่มต้นจากการเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ก่อนเปลี่ยนมาเป็นแบ็คขวาในเวลาต่อมา โดยเริ่มต้นค้าแข้งกับทีมในบ้านเกิดอย่างคิลลี่เบ็กส์ ก่อนจะเซ็นสัญญากับซลิโก้ โรเวอร์ส ในปี 2006

ฟูลแบ็คผู้เกิดที่โดเนกัลรายนี้ตกลงเซ็นสัญญากับเอฟเวอร์ตันในท้ายของการเปิดตลาดซื้อ-ขายนักเตะเดือนมกราคม ปี 2009 ซึ่งขณะนั้นมีหลายทีมอย่าง เซลติก, เบอร์มิงแฮม ซิตี้ และ อิปสวิช ทาวน์ ต่างให้ความสนใจเขาเช่นเดียวกัน

โคลแมนร่วมงานกับ แอนดี้ โฮลเด้น และ อลัน สตั๊บบ์ส โค้ชทีมสำรอง ก่อนจะขยับมาเล่นในทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2009/10

แต่ก็ได้รับบาดเจ็บหนักในช่วงปรีซีซั่นเมื่อเขาติดเชื้อบริเวณเท้าขั้นรุนแรง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็ได้ต่อสู้และกลับมาเล่นในทีมชุดใหญ่ได้อีกครั้ง ในนัดที่บุกไปเยือนถิ่นเอสตาดิโอ้ ดา ลุซ ของเบนฟิก้า

จากนั้นเขาก็ลงเล่นในนัดเจอกับ โบลตัน และ เออีเค เอเธนส์ ก่อนจะประเดิมเกมในบ้านครั้งแรกด้วยการทำทางให้เพื่อนในเกมที่เสมอสเปอร์สไปสุดระทึก 2-2 ท็อตแน่มเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2009

แต่เขายังไม่สามารถยึดตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ได้เป็นการถาวร ก่อนจะถูกยืมตัวไปเล่นให้แบล็คพูลในเดือนมีนาคม ปี 2010

ในช่วงที่ค้าแข้งในถิ่นบลูมฟิลด์ โร้ด โคลแมนได้ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมด้วยการพาทีมเข้ามาเล่นในพรีเมียร์ลีกหลังชนะเลิศในรอบเพลย์ออฟ ของเดอะ แชมเปี้ยนชิพ

เจ้าตัวลงเล่นทั้งหมด 12 นัดภายใต้การคุมทีมของ เอียน ฮอลโลเวย์ และลงเล่นทุกนาทีในการแข่งขันรอบเพลย์ออฟ ซึ่งผ่านมาได้ทั้ง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้

เจ้าตัวจรดปากกาเซ็นสัญญาใหม่เป็นระยะเวลา 3 ปีกับทีมก่อนจะลงแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศเพลย์ออฟ

เขาได้ลงเล่นบ่อยครั้งในฤดูกาล 2010/11 โดยทำประตูเบิกร่องให้ทีมในศึกคาร์ลิ่ง คัพ นัดเจอกับ เบรนท์ฟอร์ด และตามด้วยการลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกนัดแรกเมื่อพบกับฟูแล่มในอีก 4 วันหลังจากนั้น

สำหรับประตูแรกของโคลแมนในพรีเมียร์ลีก เกิดขึ้นในนัดที่พบกับแบล็คพูลเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2010 โดยเขาเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ฝั่งขวาและเป็นผู้ทำประตูตีเสมอ 2-2 ที่สนามบลูมฟิลด์ โร๊ด

เขายังลงเล่นด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง และต่อสัญญาไปอีก 4 ปีครึ่งเมื่อเดือนมกราคม ปี 2011

จากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมในสโมสร ส่งผลให้เขาติดทีมชาติไอร์แลนด์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2011

โคลแมนลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกให้ทีมชาติในศึกคาร์ลิ่ง เนชั่นส์ คัพ และเอาชนะทีมชาติเวลส์ 3-0 ซึ่งเขาได้ลงเล่น 59 นาทีก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกให้ คีธ ฟาฮีย์ ลงเล่น

การพัฒนาฝีเท้าขึ้นอย่างรวดเร็วของเขาทำให้เจ้าตัวถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ และได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสโมสรอีกด้วย

โคลแมน ได้รับบาดเจ็บที่เอ็นข้อเท้าก่อนฤดูกาล 2011/12 ทำให้พลาดลงสนามในแมตช์เปิดฤดูกาล แต่เจ้าตัวก็ใช้เวลาไม่นานในการกลับเข้าสู่ทีมและเป็นตัวหลักของทีมอย่างต่อเนื่อง

ในฤดูกาล 2012/13 เจ้าตัวได้รับโอกาสให้ลงเล่นในฐานะแบ็คขวาบ่อยครั้งขึ้น หลังจาก โทนี่ ฮิบเบิร์ต กองหลังมากประสบการณ์ได้รับบาดเจ็บ และเขาก็คว้าโอกาสทองไว้ได้ด้วยการเล่นเกมรับอันน่าประทับใจของเขา เช่นเดียวกับการเติมเกมรุกอันน่ากลัว

ช่วงปลายเดือนธันวาคม ปี 2012 เอฟเวอร์ตันไม่รีรอต่อสัญญาฉบับใหม่กับแบ็คขวารายนี้เป็นเวลา 5 ปีครึ่ง และโคลแมนก็ยิงประตูฉลองสัญญาใหม่ในเกมถล่ม เชลท์แน่ม ทาวน์ ขาดลอย 5-1 ในศึกเอฟเอ คัพรอบ 3 เมื่อวันที่ 7 มกราคม ปี 2013

ในระดับทีมชาติเขาได้รับเลือกให้เป็นแมนออฟเดอะแมตช์ในเกมกระชับมิตรกับอังกฤษเมื่อเดือนพฤษภาคม 2013

ซีซั่น 2013/14 คือฤดูกาลที่โคลแมนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจากฟอร์มการเล่นที่ครบเครื่อง เขายิงได้ 7 ประตูและเป็นที่จับตามองบนเวทีพรีเมียร์ลีก

เขามีชื่อชื่ออยู่ในทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ และยังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของเอฟเวอร์ตันด้วย

โคลแมนได้รับสัญญาใหม่ 5 ปีครึ่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2014 และเขาได้ลงเล่นไป 42 เกมและยิงได้อีก 5 ประตูในฤดูกาลถัดมา

เขาลงสนามอีก 34 นัดในซีซั่น 2015/16 และปิดฉากด้วยการไปโชว์ฟอร์มในยูโร 2016

เขาได้ลงโม่แข้งทั้ง 4 แมตช์ที่ฝรั่งเศสโดยได้สวมปลอกแขนกัปตันทีม 2 ครั้งเมื่อสาธารณรัฐไอร์แลนด์ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ก่อนจะตกรอบด้วยน้ำมือของเจ้าภาพ

สัญญาจนถึง: มิถุนายน 2019