นัดถัดไป:

สเปอร์ส (A) 05 มี.ค. 2017 20:30 , Baclays Premier League

05 วัน 07 ชั่วโมง 41 นาที 57 วินาที

รอสส์ บาร์คลี่ย์

หมายเลข 8
ตำแหน่ง กองกลาง
วันเกิด 05 ธ.ค. 1993 
สถานที่เกิด ลิเวอร์พูล

รอสส์เกิดที่ลิเวอร์พูลและเป็นกองกลางอเนกประสงค์ซึ่งเป็นผลผลิตของเอฟเวอร์ตัน อะคาเดมี่ เขาอยู่กับเอฟเวอร์ตันตั้งแต่อายุ 11 ปี และเริ่มเล่นให้กับเอฟเวอร์ตันตอนอายุ 15 ปีในชุดอายุต่ำกว่า 18 ปี

รอสส์ได้เล่นให้ทีมชาติอังกฤษรุ่นยู-16 7 ครั้ง และยิงได้ 2 ประตู ก่อนจะขยับขึ้นไปเล่นชุดยู-17 ในช่วงต้นฤดูกาล 2009/10

เขาลงสนามรับใช้ทีมชาติอังกฤษยู-17 เป็นครั้งแรกในการพบกับคาซัคสถาน เมื่อเดือนตุลาคม 2009 และดาวรุ่งรายนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอังกฤษชุดคว้าแชมป์ยูโร ยู-17 ปี 2010 ที่ประเทศลิกเตนสไตน์ในเดือนพฤษภาคมอีกด้วย

บาร์คลีย์ทำได้ 1 ประตูในรอบแบ่งกลุ่มในการพบกับกรีซ โดยลงเล่นตลอด 90 นาทีในการเฉือนเอาชนะสเปน 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่ทีมชาติยู-17 ของสิงโตคำรามสามารถคว้าแชมป์รายการนี้ไปครอง

เจ้าหนูบาร์คลีย์มีความสามารถและถือว่าเป็นอนาคตของทีมก็ว่าได้ด้วยการเล่นที่แข็งแกร่ง ซึ่ง มิเกล อาร์เตต้า, ทิม เคฮิลล์ นักเตะรุ่นพี่มีส่วนช่วยในการพัฒนาของเขาเป็นอย่างมาก

ในฤดูกาล 2010/11 เมื่อเขายังเป็นนักเตะอะคาเดมี่ปีแรก เขาได้ลงเล่นกับทีมสำรองของเอฟเวอร์ตันและยิงประตูได้ในเกมกับ เชลซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งลงเอยด้วยการเสมอกันไป 1-1

เขามีชื่อบนม้านั่งสำรองในเกมเหย้าพรีเมียร์ลีกพบกับ นิวคาสเซิ่ล ในช่วงกลางเดือนกันยายน แต่หลังจากนั้นไม่นานเขามีอันต้องโชคร้ายขาหักตอนที่รับใช้ทีมชาติอังกฤษรุ่นยู-19 ทำให้เขาต้องจบฤดูกาลก่อนกำหนด

อย่างไรก็ดีก็ยังมีด้านบวกบ้างเมื่อเขาได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในเดือนธันวาคมเมื่ออายุได้ 17 ปีพอดี

หลังจากได้ลงสนามในทีมชุดใหญ่บ่อยครั้งในช่วงปรีซีซั่นปี 2011 บาร์คลี่ย์ก็ได้ฤกษ์ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในการเป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกนัดพ่าย ควีนสปาร์ค 0-1 ที่กูดิสัน พาร์ค เมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีในการเล่นแบบใส่เต็มที่ไม่มีหมดของเขา

ก้าวถัดไปคือการติดทีมชาติอังกฤษชุดยู-21 ในเดือนกันยายนที่ชนะอิสราเอล 4-1 ให้หลังอีก 1 เดือนหลังจากนั้นเขาก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกที่พบกับนอร์เวย์ และจบลงด้วยชัยชนะ 2-1 ของทีมสิงโตคำราม

เดือนธันวาคม 2011 ไม่นานหลังจากที่อายุครบ 18 เขาได้ตกลงทำสัญญาระยะยาวกับเอฟเวอร์ตันจนถึงปี 2016

บาร์คลีย์มักจะได้รับโอกาสให้ลงเล่นเป็นตัวสำรองอยู่เสมอในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ขณะเดียวกันยังมีพัฒนาการที่ดีต่อเนื่องและโชว์ฟอร์มได้ดีในทีมสำรองของ อลัน สตั๊บบ์ส

ในช่วงซัมเมอร์เขามีบทบาทสำคัญในทีมชาติอังกฤษชุดยู-19 และพาทีมสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายในศึกยูโรที่เอสโตเนีย

และกลับมาร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ช่วงปรีซีซั่นไม่นานหลังจากนั้นบาร์คลี่ย์ ยังทำได้ 1 ประตูในเกมกับ ดันดี ยูไนเต็ด ที่แทนนาไดซ์ด้วย

จากนั้นเขาถูกยืมตัวไปที่เล่นที่ เชฟฟิลด์ เว้นสเดย์ 1 เดือน เมื่อเดือนกันยายน 2012 ก่อนที่จะขยายระยะเวลาออกไปจนถึงเดือนตุลาคม

บาร์คลี่ย์ลงเล่นให้กับทีม “นกเค้าแมว” ไปทั้งสิ้น 13 นัด โดยเป็นตัวสำรองหนึ่งหนและยิงได้ 4 ประตู ซึ่งรวมถึงประตูแรกในทีมชุดใหญ่ในนัดพ่ายโบลตัน 2-1 และนัดที่บุกไปถล่มอิปสวิช 3-0 ซึ่งเจ้าตัวเหมาคนเดียวสองประตูในเกมนั้น

รอสส์กลับมาเอฟเวอร์ตันเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ปี2012 ก่อนที่จะถูกลีดส์ยืมตัวไปอีกครั้ง และกลับมาที่เอฟเวอร์ตันในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์

บาร์คลี่ย์เริ่มต้นลงสนามในนัดเยือนอาร์เซน่อลเมื่อเดือนเมษายน 2013 และยังเป็นหนึ่งในเกมที่เขาเล่นได้ดีที่สุดอีกด้วย เขาเกือบจะทำประตูชัยให้ทีมได้ด้วยลูกปั่นไซด์โค้งแต่พลาดชนสามเหลี่ยมบนเสียก่อน ซึ่งเกมนั้นจบลงด้วยการเสมอกัน 0-0

เขาถูกเรียกไปติดทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีในศึกเวิลด์ คัพยู-20 ในเดือนมิถุนายน 2013 และฟอร์มการเล่นของเขาในทัวร์นาเม้นต์นั้นทำให้ ปีเตอร์ เทย์เลอร์ ผู้จัดการทีมถึงกับออกปากชื่นชมว่าเป็นนักเตะระดับ “เวิลด์คลาส”

เขานำฟอร์มอันยอดเยี่ยมนั้นต่อยอดมาถึงฤดูกาล 2013/14 บาร์คลี่ย์ยิงประตูให้กับทีมในเกมการแข่งขันที่เป็นทางการครั้งแรกในเกมเสมอนอริช 2-2 นัดเปิดฤดูกาล ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่กี่วันหลังจากเขามีชื่อเป็นผู้ทำประตูในนัดที่ทีมสิงโตคำรามชุดยู-21 ถล่มสกอตแลนด์ 6-0

ความก้าวหน้าในอาชีพค้าแข้งของเขายังไม่หยุดลงแค่นั้นเมื่อ รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษได้เรียกเขาไปติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2013 ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับ มอลโดว่า และ ยูเครน

บาร์คลี่ย์ยังทำผลงานอันน่าประทับใจได้อย่างต่อเนื่องในฤดูกาลแจ้งเกิดของเขา และจบฤดูกาลด้วยการยิงไปทั้งสิ้น 7 ประตู ซึ่งรวมถึงประตูสุดสวยในเกมกับ สวอนซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

นั่นทำให้เขามีชื่อเข้าชิงรางวัลนักเตะดาสวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปีของพีเอฟเอ และไปเล่นฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลกับทีมชาติอังกฤษโดยได้ลงสนามในเกมพบคอสตาริกา

นอกจากนี้เขายังคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของเอฟเวอร์ตันรวมถึงประตูยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล 2014 ที่เขายิงได้ในเกมกับ “เรือใบสีฟ้า” ด้วย

ฤดูกาลก่อนเขาทำประตูได้ 2 ลูกในเกมกับควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ช่วยให้เดอะบลูส์จบอันดับ 11 ของพรีเมียร์ลีก

ดาวเตะลูกหม้อของสโมสรเริ่มต้นซีซั่น 2015/16 ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงทำประตูได้ 2 นัดติดในเกมเปิดสนามพบวัตฟอร์ดและเซาแธมป์ตัน

จากนั้นเขายิงได้อีก 12 ประตูซึ่งรวมถึงลูกแรกในนามทีมชาติจากเกมที่อังกฤษไล่ถล่มซาน มาริโน 6-0 ในรอบคัดเลือกยูโร 2016

บาร์คลี่ย์มีชื่อใน 23 ขุนพลที่ได้เดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อทำศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในซัมเมอร์ต่อมาแต่เขาไม่ได้ถูกส่งลงเล่นเลยทั้ง 4 นัด

สัญญาจนถึง : มิถุนายน 2018