นัดถัดไป:

สเปอร์ส (A) 05 มี.ค. 2017 20:30 , Baclays Premier League

05 วัน 07 ชั่วโมง 41 นาที 57 วินาที

เลห์ตัน เบนส์

หมายเลข 3
ตำแหน่ง กองหลัง
วันเกิด 11 ธ.ค. 1984 
สถานที่เกิด เคิร์กบี้, ลิเวอร์พูล

เลห์ตัน เบนส์ เข้าร่วมกับทีมเอฟเวอร์ตัน ไม่กี่วันก่อนที่ฤดูกาล 2007/08 จะเริ่มขึ้น

เบนส์ได้ย้ายมาจากวีแกน ด้วยค่าตัวที่ไม่เปิดเผย เขาเข้ามาเป็นผู้เล่นใหม่รายที่ 3 ในช่วงซัมเมอร์ ตามหลัง ฟิล จาเกียลก้า และ สตีเว่น พีนาร์ โดยมีสัญญา  5 ปี

เบนส์เคยเป็นส่วนหนึ่งของท็อฟฟี่สีน้ำเงินในฐานะนักเตะฝึกหัด แต่เขาย้ายไปร่วมกับทีมวีแกนชุดเยาวชน และก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เมื่ออายุ 17 ปี เขาลงเล่นให้กับทีมลาติกส์เกือบ 150 นัด ก่อนที่จะก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 21 ปี

จากการเป็นแบ็คซ้ายที่เล่นเกมบุกได้ยอดเยี่ยม เบนส์ถือว่าเป็นผู้เล่นคนสำคัญทั้งในสโมสรและระดับทีมชาติ และเขาก็ได้ลงเล่นในตำแหน่งนี้ในระดับทีมชาติในศึกยูโร ยู-21 ปี 2007 ตลอดการแข่งขัน

ขณะที่ลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ เบนส์ก็ได้กลายเป็นเพื่อนกับนักเตะเอฟเวอร์ตันอย่าง เจมส์ วอห์น และทั้งสองก็กลายมาเป็นเพื่อนร่วมสโมสรกันในที่สุด ก่อนที่จะลงทำการแข่งขันนัดแรกของฤดูกาลในการเจอกับสโมสรเก่าของเขา

เลห์ตันพลาดการลงสนามในช่วงเริ่มฤดูกาล 2007/08 จากปัญหาอาการบาดเจ็บ ก่อนจะกลับมายืนเป็นแบ็คซ้ายสลับกับ โจลีออน เลสค็อตต์ และ นูโน่ วาเลนเต้

ในฤดูกาลต่อมาเบนส์โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและถูกเรียกตัวไปเล่นทีมชาติอังกฤษในยุคที่ ฟาบิโอ คาเปลโล่ คุมทีมในการเจอกับทีมยูเครนเดือนเมษายน

เขาทำประตูแรกให้กับเอฟเวอร์ตันโดยการปั่นฟรีคิกสุดสวย ในนัดที่เอฟเวอร์ตันแพ้ต่อพอร์ทสมัธไป 2-1 ในเดือนมีนาคม

ช่วงเริ่มต้นปี 2010 เบนส์ซัดประตูที่ 2 ของเขาในฤดูกาลนั้น (จากจุดโทษทั้ง2 ลูก, ลูกแรกเป็นการยิงอดีตทีมเก่าวีแกน) ในนัดที่เอฟเวอร์ตันเอาชนะ คาร์ไลส์ ไป 3-1

จากการที่ แอชลี่ย์ โคล ได้รับบาดเจ็บ และ เวย์น บริดจ์ ได้ประกาศเลิกเล่นให้กับทีมชาติ ทำให้เบนส์ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกให้กับทีม “สิงโตคำราม” ในเดือนมีนาคม 2010 ช่วยให้อังกฤษเอาชนะอียิปต์ไปได้ 3-1 และเพิ่มโอกาสให้กับตัวเขาเองในการเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกในแอฟริกาใต้มากขึ้น

เบนส์จบฤดูกาลด้วยฟอร์มสุดยอดจากสถิติ 9 แอสซิสต์ ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่สูงสุดของตำแหน่งกองหลังที่ทำได้ในพรีเมียร์ลีกช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปี จากการโหวตของเพื่อนร่วมทีมเอฟเวอร์ตันอีกด้วย

ในวันที่ 14 พฤษภาคม เขาเป็นส่วนหนึ่งใน 30 คน ที่ ฟาบิโอ คาเปลโล่ คัดเลือกไปร่วมแคมป์ฝึกซ้อมก่อนการแข่งฟุตบอลโลกที่ออสเตรีย

แต่แม้ว่าเขาจะเล่นในช่วงอุ่นเครื่องก่อนทัวร์นาเมนต์ แต่เบนส์ก็เสียตำแหน่งให้กับกองหลังจากแอสตัน วิลล่า สตีเว่น วอร์น็อค ในการตัดตัว 23 คนสุดท้าย

ในฤดูกาล 2010/11 เบนส์ได้พิสูจน์ว่าเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอที่สุดและยังทำประตูได้อีกด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการประตูชัยในนัดที่เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ถึงถิ่นอีสต์แลนด์

ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม ทำให้เบนส์ได้รับการตอบแทนด้วยการถูกเรียกตัวติดทีมชาติในนัดกระชับมิตรพบกับทีมชาติเดนมาร์ก

เบนส์ได้รับหมวกทีมชาติใบที่ 3 ของเขา ด้วยการลงมาแทน แอชลีย์ โคล ในชัยชนะที่โคเปนเฮเก้น 2-1

เขาจบซีซั่นพร้อมรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมรวมถึงประตูประจำฤดูกาล และเป็นตัวเลือกแรกๆของบรรดาผู้เชี่ยวชาญลูกหนังในตำแหน่งแบ็คซ้ายเมื่อมีการประกาศทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล

โดยจบฤดูกาลนั้นเขายิงไปทั้งสิ้น 7 ประตู

เบนส์ยังคงเป็นส่วนสำคัญของเอฟเวอร์ตันในฤดูกาลถัดมา และมีชื่ออยู่ในทีมประจำฤดูกาล 2011/12 ของพีเอฟเอ

นอกจากนี้เขายังติดทีมอังกฤษไปลุยศึกยูโร 2012 แต่ไม่ได้ลงสนามเลย ขณะที่ทีม “สิงโตคำราม” ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย

หนึ่งเดือนถัดมาก่อนที่ฤดูกาล 2012/13 จะเริ่มขึ้น เบนส์ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงและจัดการถอนแค้นอิตาลีในศึกยูโรด้วยการเอาชนะไป 2-1 ในเกมกระชับมิตรที่สวิตเซอร์แลนด์

ฟอร์มของเขาได้รับการตอบแทนด้วยการได้ลงเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องในเกมกับมอลโดวาและยูเครนในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โดยเกมกับมอลโดวานั้นไม่ใช่แค่การได้เป็นตัวจริงครั้งแรกในแมตช์ทางการของทีมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำประตูแรกของเขาให้กับอังกฤษอีกด้วย

เบนส์ส่งบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่ายได้ทั้งหมด 7 ครั้งในฤดูกาล 2012/13 ซึ่งหนึ่งในนั้นน่าจะเป็นประตูที่สวยที่สุดในชีวิตเขาเลยก็ว่าได้ เมื่อเจ้าตัวซัดฟรีคิกระยะ 30 หลาในเกมที่ไปเยือนนิวคาสเซิลเดือนมกราคม 2013

แบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษได้รับรางวัลถึง 2 สาขาในงานประกาศรางวัลของสโมสร โดยได้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีจากการโหวตโดยแฟนบอลและจากการโหวตโดยผู้เล่น

นอกจากนี้เบนส์ยังมีชื่ออยู่ในทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2012/13 ของพีเอฟเอเป็นซีซั่นที่ 2 ติดต่อกัน และเป็นผู้เล่นที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตูคนเดียวที่ลงเล่นในทุกๆนาทีของการแข่งขันพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้น

วันที่ 27 มกราคม 2014 ได้มีการยืนยันว่าเบนส์เซ็นสัญญาระยะยาวฉบับใหม่กับทางสโมสร

ซึ่งถือเป็นรางวัลตอบแทนที่เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจอีกซีซั่นหนึ่ง โดยไฮไลท์ของเขาน่าจะเป็นการยิงฟรีคิก 2 ลูกในเกมกับเวสต์แฮมเมื่อเดือนกันยายน

และจากฟอร์มอันยอดเยี่ยมต่อเนื่องของเบนส์ทำให้เขามีชื่อติดทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกฟุตบอลโลกที่บราซิลด้วย

เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงใน 2 นัดแรกของเวิลด์คัพ 2014 ซึ่งทีมของ รอย ฮ็อดจ์สัน ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อตกรอบแรกในกลุ่มที่ประกอบด้วยอิตาลี, อุรุกวัน และคอสตาริกา

แต่เบนส์ก็กลับมาโชว์ฟอร์มสุดยอดได้อย่างต่อเนื่องในฤดูกาล 2014/15 โดยยิงได้ 3 ประตูจาก 37 นัด

นอกจากนี้เขายังทำลายสถิติกองหลังที่จ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุดตลอดกาลของ แกรม เลอ โซซ์ ในเดือนมกราคม 2015 ที่เจ้าตัวทำแอสซิสต์อันดับที่ 45 ของตัวเองได้สำเร็จในเกมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ในซีซั่น 2015/16 ถือเป็นหนึ่งในปีที่น่าผิดหวังสำหรับแบ็คซ้ายจอมบุกซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าในวันเปิดสนามกับวัตฟอร์ด

เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดและต้องบพักเพิ่มซึ่งเท่ากับว่าเขาต้องรอถึงพฤศจิกายนถึงจะได้ลงสนามเป็นเกมแรกของฤดูกาล

สุดท้ายเขาก็จบฤดูกาลดังกล่าวด้วยการลงเล่นทั้งหมด 23 นัดและยิงได้ 2 ประตู โดยหนึ่งในเป้นการยิงได้ในเกมสุดท้ายของซีซั่นเจอกับนอริช ซิตี้ ซึ่งเป็นแมตช์ที่ เดวิด อันสเวิร์ธ และ โจ รอยล์ ทำหน้าที่คุมทีมชั่วคราว

สโมสร

ตั้งแต่

ถึง

ลงเล่น (สำรอง)

วีแกน แอธเลติก

01-08-2001

07-08-2008

154 (8)