4
ลูกากู (34'), มิรัลลาส (47'), เดวี่ส์ (79'), ลุคแมน (90')
0
วันอาทิตย์   15 ม.ค. 2017 20:30

ระเบียบและเกมรับที่เป็นหนึ่งเดียวอันเกิดขึ้นจากความกล้าในการเผชิญหน้ากับแนวรุกสุดอันตรายของแมนเชสเตอร์ ซิตี้คือหัวใจหลักที่ก่อให้เกิดชัยชนะแห่งความทรงจำที่กูดิสัน โดยได้ประตูจาก เควิน มิรัลลาส ผู้แอสซิสต์ลูกแรกก่อนจะยิงเองในลูกที่สอง ตามมาด้วยประตูของ ทอม เดวี่ส์ ที่ทำให้แฟนบอลฝั่งโฮเวิร์ด เคนดัลล์ แกลดิสสตรีทแสตนด์พากันโห่ร้องอย่างคุ้มคลั่ง พร้อมกับปิดท้ายด้วย อเดโมลา ลุคแมน ผู้ได้ประเดิมนัดแรก

นี่คือฟอร์มที่สุดยอดจากลูกทีมของ โรนัลด์ คูมัน ในการเจอกับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกซึ่งถูกกุนซือเอฟเวอร์ตันยกให้เป็นทีมที่ดีที่สุดที่เขาเคยเจอมาในฐานะผู้จัดการทีมเมื่อครั้งที่ทั้งสองเคยดวลกันเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อนที่เอติฮัด

มีเรื่องราวปลีกย่อยเกิดขึ้นมากมายในนัดนี้ซึ่งเป็นการพบกันของสองผู้จัดการทีมซึ่งมีเส้นทางในวงการที่คล้ายคลึงกันนับตั้งแต่ในยุคอันรุ่งเรืองของพวกเขาซึ่งพาบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพเป็นสมัยแรก มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน และ อเดโมลา ลุคแมน สองนักเตะใหม่มีชื่อในม้านั่งสำรองและนายใหญ่เอฟเวอร์ตันเปลี่ยน 1 ตำแหน่งจากทีมชุดที่พ่ายต่อเลสเตอร์ ซิตี้ในเอฟเอคัพเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน โดยมิรัลลาสได้เป็นตัวจริงและ เอนเนอร์ วาเลนเซีย ถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง

ความแน่วแน่และความดุดันที่ผู้จัดการทีมคอยคาดหวังจากทีมมาตลอดนั้นก็เกิดขึ้นกับเอฟเวอร์ตันตั้งแต่เกมออกสตาร์ท การจ่ายเข้าเขตโทษของลูกากูไปให้กับ เชมุส โคลแมน สร้างความหวาดเสียวได้อย่างจริงจัง ดาวเตะไอริชไหลให้มิรัลลาสชาร์จเข้าไปง่ายๆ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าไปก่อนแล้ว หลังโคลแมนและมิรัลลาสไม่ได้เช็คไลน์ของตัวเอง

จังหวะเกมนับว่าสนุก ทางซิตี้เองก็มีโอกาสลุ้นเช่นกัน เซร์คิโอ อเกวโร่ จ่ายให้ เควิน เดอ บรอยน์ ทางด้านซ้ายแล้วเดอ บรอยน์ก็ปาดเรียดเข้ากรอบโทษให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ส่งสัญญาณเตือนฝั่งเอฟเวอร์ตัน เลห์ตัน เบนส์ และ โจเอล โรเบลส ช่วยกันรับมือปีกตัวจี๊ดของซิตี้ แต่นายทวารชาวสเปนอาจไปสัมผัสโดนขาของสเตอร์ลิ่งในจังหวะเข้าไปป้องกัน ทางผู้ตัดสิน มาร์ค แคลตเทนเบิร์ก ปฏิเสธการเรียกร้องขอจุดโทษและกองเชียร์ในกูดิสันหายใจกันทั่วท้องอีกครั้ง

ลูกากูได้โยนไปให้บาร์คลี่ย์ทางเสาไกลแต่ พาโบล ซาบาเลต้า กัปตันของซิตี้เคลียร์เอาไว้ ก่อนที่การจ่ายอย่างสุดงามเข้าเขตโทษของเดอ บรอยน์ไปให้กับสเตอร์ลิ่งได้วอลเล่ย์จ่อๆแต่เจ้าตัวซัดไปตรงตัวโรเบลส ตอนนี้ความอดทนคือกุญแจสำคัญของเอฟเวอร์ตันเพราะทางซิตี้เป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าในพื้นที่อันตราย จากนั้นเดอ บรอยน์และ ดาบิด ซิลบา มีช่องได้ฉวยโอกาสทำเร็วจนโรเบลสต้องตัดสินใจออกมาสกัดดาวเตะเพื่อนร่วมชาติก่อนที่จะได้โอกาสอย่างจะแจ้ง

แม้ว่าทางซิตี้จะเป็นฝ่ายครองบอลและโจมตีใส่ กลับเป็นทางเอฟเวอร์ตันที่มาขึ้นนำจากประตูอันยอดเยี่ยม

เดวี่ส์ที่คอนโทรลและทรงตัวได้ดีจ่ายบอลน้ำหนักเยี่ยมไปให้กับมิรัลลาส แล้วมิรัลลาสก็ปาดต่อให้ลูกากูที่หมุนตัวสลัดหนีตัวประกบแล้วซัดจังหวะแรกด้วยซ้ายบอลพุ่งผ่านมือ เคลาดิโอ บราโว่ เข้าไปตุงตาข่ายอัฒจันทร์ฝั่งเซอร์ ฟิลลิป คาร์เตอร์ พาร์คเอนด์ นี่คือประตูที่คู่ควรต่อการรับมือกับบรรดาสตาร์ดังของทีมเรือใบและเดวี่ส์ก็มีส่วนสำคัญกับประตูนี้มาก เป็นอีกครั้งที่มิดฟิลด์วัย 18 ปีแสดงให้เห็นคุณภาพคับแก้วของดาวรุ่งที่เคยถูก เดวิด อันสเวิร์ธ และ โจ รอยล์ ส่งลงประเดิมสนามเมื่อเกมสุดท้ายของฤดูกาลที่เจอกับนอริชในกูดิสันในซีซั่นก่อน

ซิตี้เกือบได้ประตูคืนทันควันจากสเตอร์ลิ่งที่จ่ายให้กับเดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์สัญชาติเบลเจี้ยนหลุดไปถึงเส้นหลังก่อนเปิดยัดไปที่หน้าประตูหวังให้อเกวโร่แท็ปอิน แต่หอกอาร์เจนไตน์เข้าไม่ถึงบอล

จากนั้นสเตอร์ลิ่งได้สับไกจากระยะ 30 หลา บอลพุ่งหลุดกรอบออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น เอฟเวอร์ตันได้ทีสวนกลับบ้างเมื่อเดวี่ส์ฉกบอลมาได้ก่อนจ่ายต่อให้ แกเร็ธ แบร์รี่ มิดฟิลด์จอมเก๋าแทงขึ้นหน้าให้ลูกากูทันทีแต่โอตาเมนดี้เข้าสกัดได้ทัน ทำให้เสียเพียงลูกเตะมุม

ขณะเดียวกัน ซิตี้ก็ยังไม่ย่อท้อ พวกเขาเกือบได้ประตูด้วยการโหม่งจากลูกเตะมุมของ บาการี ซานญ่า โชคดีที่เดวี่ส์ยืนคุมเสาโหม่งเคลียร์ทิ้งออกไปได้

นับว่าเป็น 45 นาทีแรกที่เต็มไปด้วยจังหวะตื่นเต้นเร้าใจ และครึ่งหลังก็ได้ออกสตาร์ทด้วยจุดเปลี่ยนของเกม เริ่มต้นด้วยจังหวะที่ลูกากูจ่ายบอลไปบริเวณกรอบเขตโทษหวังให้มิรัลลาสแต่สโตนส์ตัดบอลไว้ได้ ทว่าอดีตกองหลังท็อฟฟี่ก็เสียบอลให้กับบาร์คลี่ย์ก่อนแทงทะลุช่องให้มิรัลลาส หลุดจากแผงหลังซิตี้เข้าไปยิงผ่านมือบราโว่เป็นประตูที่ 2 ของท็อฟฟี่หลังเริ่มต้นครึ่งหลังได้เพียง 2 นาที

รามิโร่ ฟูเนส โมรี ยังคงประสานงานกับ แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ ในแดนหลังอย่างยอดเยี่ยม ขณะที่แบร์รี่ก็ยังเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนแดนกลางบดกับทีมเก่าของเขาได้อย่างดี เช่นเดียวกับบาร์คลี่ย์ที่เป็นตัวจ่ายบอลให้กับทีม และลูกากูก็ยังโหม่งเคลียร์ลูกฟรีคิกของซิลบาได้อีก ลูกทีมของคูมันนับว่าโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในวันนี้

ชไนเดอร์ลินได้โอกาสลงสนามในนาทีที่ 64 แทนที่มิรัลลาสที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณส้นเท้าหลังเข้าปะทะกับซาบาเลต้า เอฟเวอร์ตันเล่นดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายของเกมแม้ต้องบดกับหนึ่งในทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในพรีเมียร์ลีก ซิตี้ได้ครองบอลราว 70 เปอร์เซ็นต์ในท้ายเกมแต่โรเบลสก็ไม่ได้ออกแรงเซฟมากนัก ท็อฟฟี่ยังคงรักษาทรงการเล่นของทีมไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ซิตี้ก็ยังได้ลุ้นจากจังหวะอันตรายอยู่เป็นระยะ

เดอ บรอยน์ได้โอกาสยิงยัดบอลเรียดพื้นเฉี่ยว เคเลชี อิเฮียนาโช่ และโรเบลสรับเข้าซองไว้ได้ ต่อมาเป็น แกเร็ธ แบร์รี่ ถูกถอดออกพร้อมกับสแตนดิ้งโอเวชั่นจากเอฟเวอร์โตเนี่ยนรอบสนาม แทนที่ด้วย เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์

แต่สกอร์ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น ประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกูดิสันกำลังจะเกิดขึ้นจากหนึ่งในขุนพลเด็กปั้นรุ่นเยาว์ของสโมสรที่กำลังจะกลายเป็นฮีโร่ จากเดวี่ส์ดาวรุ่งผมบล็อนด์สลวยผู้มีภาพลงเป็นหน้าปกหนังสือแมตช์เดย์ในวันนี้ กองกลางดาวรุ่งกระชากบอลขึ้นมาจากกลางสนามผ่านผู้เล่นซิตี้ 2 รายก่อนไหลให้ลูกากูต่อไปถึงบาร์คลี่ย์ รอสส์แทงต่อให้เดวี่ส์ที่เติมขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนทอมจะหลุดเดี่ยวเข้าไปยกบอลข้ามตัวบราโว่อย่างสุดสวย ท่ามกลางความดีใจอย่างบ้าคลั่งเอฟเวอร์โตเนี่ยนฝั่งโฮเวิร์ด เคนดัลล์ แกลดิสสตรีทแสตนด์

เอฟเวอร์ตันยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น ลุคแมนที่มีเวลาในสนามเพียงไม่กี่วินาทีก็ได้เปิดตัวอย่างน่าจดจำเมื่อซัดลอดขาบราโว่เป็นประตูปิดท้ายให้เดอะบลูส์ที่กูดิสันพาร์ค

4 ประตู, 3 คะแนน และหนึ่งในคืนที่น่าจดจำที่กูดิสันพาร์ค

 

เอฟเวอร์ตัน:
โจเอล โรเบลส
เชมุส โคลแมน
รามิโร่ ฟูเนส โมรี
แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์
เมสัน โฮลเกต
เลห์ตัน เบนส์
ทอม เดวี่ส์
แกเร็ธ แบร์รี่ (นาทีที่ 74 เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์)
รอสส์ บาร์คลี่ย์ (นาทีที่ 90 อเดโมลา ลุคแมน)
เควิน มิรัลลาส (นาทีที่ 65 มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน)
โรเมลู ลูกากู

สำรอง:
มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก
ฟิล จาเกียลก้า
เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ (นาทีที่ 74 แกเร็ธ แบร์รี่)
มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน (นาทีที่ 65 เควิน มิรัลลาส)
อเดโมลา ลุคแมน (นาทีที่ 90 รอสส์ บาร์คลี่ย์)
อารอน เลนน่อน
เอนเนอร์ วาเลนเซีย

 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้:
เคลาดิโอ บราโว่
บาการี ซานญ่า
นิโคลัส โอตาเมนดี้
จอห์น สโตนส์
กาแอล กลิชี่
พาโบล ซาบาเลต้า (นาทีที่ 62 เคเลชี อิเฮียนาโช่)
ยาย่า ตูเร่
ดาบิด ซิลบา
เควิน เดอ บรอยน์
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
เซร์คิโอ อเกวโร่

สำรอง:
วิลเฟรโด้ กาบาเยโร่
อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ
ฟาเบียน เดลฟ์
เลรอย ซาเน่
เคเลชี อิเฮียนาโช่ (นาทีที่ 62 พาโบล ซาบาเลต้า)
เฆซุส นาบาส
อเล็กซ์ การ์เซีย