1
ลูกากู (63')
2
มูซา (66", 71')
วันเสาร์   07 ม.ค. 2017 22:00

ฤดูกาล 2016-17 คงไม่ใช่ฤดูกาลสำหรับฟุตบอลถ้วยของเอฟเวอร์ตัน หลังจากซีซั่นที่แล้วสามารถเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้ทั้งเอฟเอคัพและลีกคัพ แต่ในปีนี้เดอะบลูส์กลับร่วงรอบ 3 และ 4 ของทั้งสองรายการตามลำดับ เริ่มจากถูกนอริชเขี่ยตกรอบในเดือนกันยายน ก่อนจะมาเจอเลสเตอร์ยิงแซงจนชวดชัยที่กูดิสันในรายการเอฟเอคัพ

โรเมลู ลูกากู เป็นผู้เบิกสกอร์แรกให้ทีมได้ในนาทีที่ 63 จากการถวายพานให้ของตัวสำรองอย่าง เจราร์ด เดวโลเฟว แต่ในอีกเพียง 3 นาทีถัดมา แชมป์พรีเมียร์ลีกรายล่าสุดก็มาตีเสมอได้จาก อาห์เหม็ด มูซา จากนั้นมูซาคนเดิมก็บวกประตูที่สองให้กับตัวเองและทีม

ในช่วงบ็อกซิ่งเดย์ที่ผ่านมา เควิน มิรัลลาส และลูกากูประสานงานทำชิ่งหนึ่งสองเข้าไปปิดบัญชีให้ท็อฟฟี่สีน้ำเงินคว้าสามแต้มมาจากคิงพาวเวอร์สเตเดี้ยมได้เมื่อครั้งที่ทั้งสองทีมปะทะกันในพรีเมียร์ลีก

โรนัลด์ คูมัน เปลี่ยนแปลงทั้งหมด 3 ตำแหน่งจากชุดที่เอาชนะเซาแธมป์ตันซึ่งเป็นทีมเก่าของกุนซือรายนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยในเกมนี้ เอนเนอร์ วาเลนเซีย, แกเร็ธ แบร์รี่ และ เมสัน โฮลเกต ได้ลงมาแทนที่ของ อารอน เลนน่อน, โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน และ อิดริสซา กาน่า เกย์ ซึ่งในรายหลังสุดต้องเดินทางไปรับใช้ชาติในศึกแอฟริกาคัพออฟเนชั่นส์ ขณะที่สองรายแรกนั้นมีปัญหาอาการบาดเจ็บ

“เราจริงจังกับเอฟเอคัพมาก” ผู้จัดการทีมประกาศกร้าว “เราจะเล่นเต็มที่ เราจะสู้เพื่อทุกอย่าง”

เดอะบลูส์ดูเหมือนจะทำเช่นนั้นในช่วงต้น เราได้เห็นลูกากูพาบอลไปถึงสุดเส้นหลังทางขวาก่อนจะปาดเข้ากลาง แต่ทว่า รอสส์ บาร์คลี่ย์ กลับเข้าไม่ถึงเพราะโดน คาสเปอร์ ชไมเคิล ขัดขวางเอาไว้ จากนั้นความขยันของวาเลนเซียก็สร้างปัญหาให้กับแนวรับฝั่งตรงข้ามในช่วงแรก เลห์ตัน เบนส์ เติมขึ้นมาและประสานงานกับหัวหอกทีมชาติเอกวาดอร์จนเลสเตอร์ต้องเสียลูกเตะมุม

และในจังหวะโต้กลับครั้งถัดมา วาเลนเซียก็พาบอลลุยเข้าหาแนวรับและมีลูกากูยืนว่างอยู่ทางซ้ายมือ แต่กลับส่งแรงเกินไปจนชไมเคิลที่วิ่งสวนขึ้นมาโหม่งเคลียร์ออกไปได้ โฮลเกตและ เชมุส โคลแมน ก็มีส่วนร่วมกับเกมบุกทางขวาเช่นกัน แต่ว่าก็ทำให้โดนทีมจิ้งจอกสยามเล่นงานพื้นที่ว่างร้อนถึง โจเอล โรเบลส ต้องทิ้งพื้นที่รับผิดชอบของตัวเองเพื่อหยุด เดมาไร เกรย์ จนบอลออกหลังไปและเสียเพียงแค่ลูกเตะมุม

เอฟเวอร์ตันมีพื้นที่ด้านกว้างให้เล่นมากมายแต่การเจาะเข้าทำนั้นยังไม่ชัดเจนนักเนื่องจากทางเลสเตอร์ยังเคลื่อนที่ในแนวรับกันได้ดี แล้วก็เป็นทีมเยือนที่มีโอกาสลุ้นขึ้นมา อย่างจังหวะที่ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ได้บอลในแดนกลางและทันใดนั้นก็กลายเป็นสถานการณ์ 2 ต่อ 2 ก่อนที่เบนส์จะวิ่งกลับลงมาแล้วฉกบอลไปได้โดยมี แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ ยืนขวางทางอดีตปีกของแอสตัน วิลล่าไว้ เลโอนาร์โด้ อูยัว เจ็บจนถูกเปลี่ยนออกในนาทีที่ 35 เป็นทาง อาห์เหม็ด มูซา ดาวเตะทีมชาติไนจีเรียลงมาแทน

วิลเลี่ยมส์กัปตันทีมชาติเวลส์พยายามจะโหม่งย้อนลูกเตะมุมของบาร์คลี่ย์กลับไปจากทางเสาไกลให้ รามิโร่ ฟูเนส โมรี แต่เป็นอีกครั้งที่การโหม่งของเขาน้ำหนักแรงเกินไปจนทางแข้งทีมชาติอาร์เจนติน่ายิงได้ไม่ถนัดนัก มันเหมือนเป็นการจุดประกายเล็กๆที่พร้อมจะระอุขึ้นมาแต่ยังขาดเชื้อไฟ

ลูกากูมาได้โอกาสที่ดีที่สุดของครึ่งแรกในช่วง 3 นาทีก่อนพักครึ่ง ลูกโยนของวาเลนเซียบีบให้ชไมเคิลต้องตัดสินใจปัดบอลเอาไว้ตรงเสาแรกแต่บอลนั้นลอยสูงเกินกว่าที่หัวหอกเบลเยี่ยมจะสามารถโหม่งบังคับทิศทางให้ตรงกรอบได้ ขณะที่โคลแมนก็ได้จ่ายให้ลูกากูได้ลุ้นอีกครั้งระยะ 10 หลาห่างจากเขตโทษแต่การสับไกของเขาข้ามคานไป จากการครองบอล 62 เปอร์เซ็นต์ทำให้เห็นว่าท็อฟฟี่สีน้ำเงินทำได้ดีกว่าในครึ่งแรกโดยมีโอกาสยิงเข้ากรอบไป 2 ครั้งแต่เกมยังไร้สกอร์

เจราร์ด เดวโลเฟว ลงแทนโฮลเกตตั้งแต่เริ่มครึ่งหลังและสัมผัสแรกของดาวเตะแดนกระทิงดุซึ่งเป็นการครอสเข้าจากทางขวาก็เกือบเบิกสกอร์แรกได้ทันทีแต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกล้ำหน้าจังหวะที่ลูกากูโฉบเข้าไปซัดที่เสาใกล้ อัลไบรท์ตันเล่นฟรีคิกสั้นจ่ายขวางหน้าเขตโทษไปให้ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ได้ตั้งป้อมยิงแต่ลูกยิงของเขาลอยข้ามคาน บาร์คลี่ย์ได้ประสานงานกับวาเลนเซียทางฝั่งซ้ายของกรอบโทษและการสับไกของดาวเตะอเมริกาใต้ก็กระเด้งไปมาและเข้าทางของทีมเยือน

ที่อีกฟากของสนาม เบนส์บล็อกลูกยิงของมูซาเอาไว้ได้ก่อนที่ซิมป์สันจะเก็บตกยิงข้ามคานออกไป และลูกเตะมุมของเกรย์เข้าหัว เวส มอร์แกน ในกรอบ 6 หลา กัปตันเดอะฟ็อกซ์โหม่งกดลงพื้นให้โรเบลสต้องออกแรงเซฟ ขณะที่ลูกครอสจากริมเส้นของโคลแมนเข้าเป้าวิลเลี่ยมส์ที่โหม่งชงต่อให้วาเลนเซียจักรยานอากาศหลุดกรอบประตูออกไป ก่อนที่ดาวเตะทีมชาติเอกวาดอร์จะถูกเปลี่ยนตัวออกแทนที่โดยมิรัลลาส

ทอม เดวี่ส์ ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดนี้เมื่อได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในแดนกลางคู่กับแบร์รี่ เอฟเวอร์ตันเป็นฝ่ายครอบครองบอลได้มากกว่า จากนั้นตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาก็เห็นผล เดวโลเฟวกระชากบอลขึ้นมาทางกราบขวาถึงสุดเส้นหลังก่อนหักมาที่หน้าประตูให้ลูกากูแปโล่งๆ เป็นประตูขึ้นนำจากการประสานงานอย่างยอดเยี่ยมอีกครั้งของสองคู่หูตั้งแต่เมื่อครั้งวันวาน ทว่าท็อฟฟี่สีน้ำเงินดีใจอยู่ได้ไม่นาน

เพียง 2 นาทีหลังเอฟเวอร์ตันได้ประตูขึ้นนำ จิ้งจอกสีน้ำเงินก็ตามตีเสมอได้สำเร็จในจังหวะที่มูซากระชากบอลขึ้นมาทางกราบซ้ายก่อนโยนมาที่หน้าประตูให้เกรย์โฉบเข้ามาที่เสาใกล้ โรเบลสปัดบอลไปชนเสา เกรย์และมูซาช่วยกันวิ่งเข้ามาตามซ้ำให้บอลเข้าประตูไปแม้นายทวารสแปนิชจะพยายามควักลูกบอลออกมาก็ไม่ทันการณ์

ถัดมา มิรัลลาสได้โอกาสยิงไกลจนชไมเคิลต้องออกแรงเซฟ แต่เลสเตอร์ก็มาได้ประตูขึ้นนำในที่สุดเมื่อมูซาทำชิ่ง 1-2 กับดริงค์วอเตอร์ ก่อนหลุดเข้าไปซัดเรียดผ่านตัวโรเบลสเข้าประตู

เดอะบลูส์ตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฟาเมื่อเป็นฝ่ายตามหลังในช่วงท้ายเกม

อารูน่า โคเน่ ได้โอกาสลงสนามแทนที่บาร์คลี่ย์ แต่ก็ไม่สามารถตีเสมอทีมเยือนได้ในช่วงเวลาที่เหลือแม้จะพยายามโหมบุกเข้าใส่

เอฟเวอร์ตัน:
โจเอล โรเบลส
เลห์ตัน เบนส์
แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์
รามิโร่ ฟูเนส โมรี
เมสัน โฮลเกต (นาทีที่ 46 เจราร์ด เดวโลเฟว)
เชมุส โคลแมน
แกเร็ธ แบร์รี่
ทอม เดวี่ส์
รอสส์ บาร์คลี่ย์ (นาทีที่ 75 อารูน่า โคเน่)
เอนเนอร์ วาเลนเซีย (นาทีที่ 62 เควิน มิรัลลาส)
โรเมลู ลูกากู

สำรอง:
มาเตอุสซ์ เฮเวลท์
ฟิล จาเกียลก้า
เจราร์ด เดวโลเฟว (นาทีที่ 46 เมสัน โฮลเกต)
อารูน่า โคเน่ (นาทีที่ 75 รอสส์ บาร์คลี่ย์)
เควิน มิรัลลาส (นาทีที่ 62 เอนเนอร์ วาเลนเซีย)
ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์
ไบรอัน โอเบียโด้
เลสเตอร์ ซิตี้:
คาสเปอร์ ชไมเคิล
แดนนี่ ซิมป์สัน
โรเบิร์ต ฮูธ
เวส มอร์แกน
เบน ชิลเวลล์
นัมปาลิส เมนดี้
แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์
วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้
มาร์ค อัลไบรท์ตัน (นาทีที่ 84 บาร์ทอสซ์ คาพุสต์ก้า)
เดมาไร เกรย์ (นาทีที่ 77 คริสเตียน ฟุคส์)
เลโอนาร์โด้ อูยัว (นาทีที่ 35 อาห์เหม็ด มูซา)

สำรอง:
รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์
หลุยส์ เฮอร์นานเดซ
อาห์เหม็ด มูซา (นาทีที่ 35 เลโอนาร์โด้ อูยัว )
แม็ตตี้ เจมส์
บาร์ทอสซ์ คาพุสต์ก้า (นาทีที่ 84 มาร์ค อัลไบรท์ตัน)
ชินจิ โอคาซากิ
คริสเตียน ฟุคส์ (นาทีที่ 77 เดมาไร เกรย์)