3
วาเลนเซีย 73', เบนส์ 81', ลูกากู 89'
0
วันจันทร์   02 ม.ค. 2017 22:00

การเปลี่ยนตัวที่พลิกเกมและการเข้าทำด้วยไหวพริบอันยอดเยี่ยมของ รอสส์ บาร์คลี่ย์ และ โรเมลู ลูกากู โดยเฉพาะ เอนเนอร์ วาเลนเซีย ผู้ยิงเบิกร่องจนเป็นประตูแรกของตัวเองกับเอฟเวอร์ตันช่วยให้ท็อฟฟี่สีน้ำเงินไล่ขยี้เซาแธมป์ตันในกูดิสันพาร์ค

บาร์คลี่ย์จ่ายบอลสวยไปให้ลูกากูซึ่งมีสัญชาตญาณอันยอดเยี่ยมในการพลิกแล้วถ่ายบอลไปให้โคลแมนทางด้านขวา กัปตันทีมชาติไอร์แลนด์ครอสอย่างสมบูรณ์แบบไปให้กับแข้งเบลเยี่ยมที่โขกไปโดนฟอร์สเตอร์ซูเปอร์เซฟเอาไว้ แต่บอลกระดอนกลับไปหาลูกากูแล้วเจ้าตัวก็กระดกไปเข้าเท้าวาเลนเซีย และดาวเตะทีมชาติเอกวาดอร์ก็จัดการสังหารไม่พลาดเป็นประตูแรกของตัวเองกับสโมสร ซึ่งเป็น 12 นาทีหลังจากที่ โรนัลด์ คูมัน ส่งเขาลงไปแทน อารอน เลนน่อน

จากนั้นการต่อบอลอันสวยงามซึ่งมีบาร์คลี่ย์เจ้าเก่า, รามิโร่ ฟูเนส โมรี และ เลห์ตัน เบนส์ ก็ไปถึง เควิน มิรัลลาส ได้ไหลจากริมเขตโทษไปให้วาเลนเซียซึ่งถูกทาง มาย่า โยชิดะ รวบล้มลง ผู้ตัดสิน เควิน เฟรนด์ ชี้เป็นจุดโทษและเบนส์ก็สังหารเข้าไปทางอัฒจันทร์ฝั่งโฮเวิร์ด เคนดัลล์ แกลดิสสตรีทสแตนด์ช่วยให้เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายครองเกม

แต่ก็ยังมีเวลาเหลือพอให้ลูกากูได้กดประตูที่ 16 ของตัวเองจากทั้งสโมสรและทีมชาติรวมกันในฤดูกาลนี้เมื่อเขาสับไกบอลพุ่งสูงผ่านมือฟอร์สเตอร์เข้าไปเสียบใต้คาน

จากช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่ผ่านมานี้ เดอะบลูส์เก็บไปได้ทั้งหมด 10 แต้มจาก 15 คะแนนเต็มนับตั้งแต่ที่เอาชนะอาร์เซน่อล 2-1

ผู้รักษาประตู มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก พลาดลงเล่นเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันเพราะกล้ามเนื้อฉีกเล็กน้อยที่ได้รับมาจากเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ ทอม เดวี่ส์ ในวัยเพียง 18 ปีได้ลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเป็นเกมแรกนับตั้งแต่นัดสุดท้ายของฤดูกาลก่อนที่เปิดบ้านเจอกับนอริช ในขณะที่ โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน วัย 19 ปีก็ได้สัมผัสการเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกครั้งแรกหลังจากเคยประเดิมสนามมาแล้วในฐานะตัวสำรองจากแมตช์ที่เอาชนะอาร์เซน่อลในบ้าน

มีการเปลี่ยน 4 ตำแหน่งจาก 11 ตัวจริงที่บุกไปเสมอฮัลล์ 2-2 เมื่อวันศุกร์ โดย ฟิล จาเกียลก้า, แกเร็ธ แบร์รี่, เอนเนอร์ วาเลนเซีย และ เควิน มิรัลลาส เปิดทางให้กับเดวี่ส์, คาลเวิร์ต-เลวิน, รามิโร่ ฟูเนส โมรี และ อารอน เลนน่อน ลงไปแทน

“มันเป็นช่วงโปรแกรมที่หนักหนาสำหรับทุกคนแต่เรารู้ว่าจะลงเล่น 3 เกมใน 7 หรือ 8 วันด้วยผู้เล่นแค่ 11 คนไม่ได้ คุณต้องเปลี่ยนทีมบ้าง” คูมันอธิบาย “มันคือช่วงเวลาที่หนักสำหรับทุกคนในพรีเมียร์ลีก ดังนั้นมันเป็นเรื่องของความฟิตมากกว่าแท็กติค เรามักจะมีบางช่วงในฤดูกาลที่ตัวเองน่าจะสมควรได้อะไรมากกว่านี้หรือบางทีน่าจะได้ผลการแข่งขันที่ดีกว่านี้ แต่เราเริ่มต้นปีใหม่ได้ดี มันเป็นเรื่องพิเศษที่ได้เจอกับทีมเก่าของตัวเอง ได้เจอผู้คนดีๆมากมายและมีช่วงเวลาอันยอดเยี่ยมที่นั่นแต่เราเปลี่ยนสโมสรแล้วและผมก็แฮปปี้กับที่เอฟเวอร์ตัน แต่แน่นอนว่ามันพิเศษกว่าเกมทั่วไปอีกนิดกับการลงเตะในบ้าน”

เซาแธมป์ตันขาด เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ติดโทษแบน และ โคล้ด ปูแอล เปลี่ยนทีมทั้งหมด 5 ตำแหน่ง โชเซ่ ฟอนเต้ ลงมาแทนฟาน ไดจ์ค ในขณะที่เซดริกลงแทน กูโก้ มาร์ติน่า ด้าน เจมส์ วอร์ด-พราวส์ และ เจย์ โรดริเกซ กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งรวมทั้ง ยอร์ดี้ คลาซี่ ก็หายจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, สตีเว่น เดวิส และ เชน ลอง หลุดจากตัวจริงหลังจากพวกเขาพ่ายต่อเวสบรอมในคืนวันปีใหม่

บาร์คลี่ย์มีโอกาสได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 5 ซึ่งเกือบจะอาศัยการประสานงานที่ดีจากคาลเวิร์ต-เลวินและลูกากูได้คุ้มอยู่แล้วจากการฮาล์ฟวอลเล่ย์จากในเขตโทษ แต่ลูกยิงของเขาพุ่งไปใกล้ตัวฟอร์สเตอร์นายทวารของเซาแธมป์ตันเกินไปจนโดนล้มตัวเซฟเอาไว้ได้

ทั้งสองทีมต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นตั้งแต่ช่วงเริ่มเกมจากหลังมีนักเตะได้รับบาดเจ็บ โคล้ด ปูแอล ต้องถอดเซดริกตั้งแต่ 6 นาทีเมื่อเขาสไลด์ออกจากสนามหลังเข้าปะทะกับเบนส์ ตามมาด้วยคาลเวิร์ต-เลวินที่โชคร้ายได้รับบาดเจ็บที่ขาก่อนพยายามฝืนเล่นต่อไม่ไหวจนคูมันต้องส่งมิรัลลาสลงมาแทน

ทีมเยือนมีลุ้นบ้างในจังหวะที่ นาธาน เรดมอนด์ ได้โหม่งที่เสาไกลหลัง แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ สกัดไปเข้าทางแต่บอลลอยข้ามคานออกไป ขณะที่บาร์คลี่ย์ได้โอกาสที่อีกฟากของสนาม ประสานงานกับลูกากูก่อนยิงไปติดเท้าของฟอร์สเตอร์ ทั้งสองทีมไม่ได้เปิดเกมแลกกันเท่าใดนัก ประสิทธิภาพในการจ่ายบอลและการเคลื่อนที่ในเกมรุกของทั้งสองทีมดูจะตกลงไป รูปเกมในช่วงแรกดูจะตันๆ แม้เดอะบลูส์จะมีเบนส์และโคลแมนคอยเดินหน้าเติมเกมบุกอยู่ตลอดแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรทีมเยือนได้

เจย์ โรดริเกซ ได้โอกาสที่ดีที่สุดของทีมในครึ่งแรกหลังสลัดหนีเดวี่ส์และวิลเลี่ยมส์เข้าไปในกรอบเขตโทษ มีจังหวะจบสกอร์แต่หอกนักบุญยิงข้ามคานออกไปไกล ถัดมาเรดมอนด์ได้โหม่งลูกครอสของ แซม แม็คควีน จากกราบซ้ายแต่ลูกโหม่งหลุดออกหลังไปและเป็นจังหวะสุดท้ายของเกมในครึ่งแรก

มิรัลลาสได้เข้าทำบ้างในครึ่งหลังเมื่อรับลูกจ่ายสุดสวยของลูกากูก่อนลากตะลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่แม็คควีนของทีมเยือนก็สามารถเข้ามาบีบพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและตัดบอลไปได้

วาเลนเซียถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนที่เลนน่อนหลังเกมผ่านไป 1 ชั่วโมง ภายในไม่กี่วินาทีที่อยู่ในสนาม กองหน้าทีมชาติเอกวาดอร์ก็ได้พาบอลลากจี้ที่ริมเส้นก่อนจะเปิดให้มิรัลลาสหวังแท็ปอิน แต่บอลย้อนหลังเพื่อนร่วมทีมชาวเบลเยี่ยม จากนั้นเป็น อิดริสซา กาน่า เกย์ เล่นกับโคลแมน แบ็คจอมบุกได้สบโอกาสเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษเล็งให้ลูกากูที่ยืนรออยู่ แต่ถูกกองหลังทีมเยือนเคลียร์บอลหลุดออกหลัง

ไม่นานจากนั้น ลูกากูพาบอลขึ้นจากตำแหน่งกลางสนามจี้เข้าไปที่กรอบเขตโทษ แต่จังหวะจบสกอร์ด้วยเท้าขวา ลูกยิงของดาวเตะเบลเจี้ยนหลุดผ่านหน้าปากประตูออกไป

วาเลนเซียทำได้ดีเมื่อสามารถตัดบอลมาได้ก่อนจ่ายต่อให้โคลแมน เลี้ยงกระชากขึ้นมาข้างหน้า แบ็คจอมบุกพยายามเปิดบอลเรียดเข้าไปในกรอบเขตโทษแต่โดนสกัดออกหลัง เซาแธมป์ตันได้โอกาสตอบโต้บ้างเมื่อโรดริเกซผ่านบอลต่อให้กับเรดมอนด์มีจังหวะทำประตูแต่ยิงไปเข้ามือของโรเบลส

และช่วงท้ายเกม เดอะบลูส์ก็มาได้ประตูในที่สุดจากวาเลนเซีย ตามมาอย่างรวดเร็วด้วยลูกจุดโทษของเบนส์ และลูกยิงเต็มแรงของลูกากู เสียงกองเชียร์ในกูดิสันพาร์คดังลั่นสนามหลังผู้ตัดสินเป่านกหวีดยาวหมดเวลาท่ามกลางความดีใจระคนโล่งอกของเอฟเวอร์โตเนี่ยน โดยคิวต่อไปของท็อฟฟี่สีน้ำเงินเป็นเกมเอฟเอคัพกับเลสเตอร์ ซิตี้ ในวันเสาร์

 

เอฟเวอร์ตัน

โจเอล โรเบลส

เชมุส โคลแมน

รามิโร่ ฟูเนส โมรี

แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์

เลห์ตัน เบนส์ (กัปตันทีม)

อิดริสซา กาน่า เกย์

ทอม เดวี่ส์

รอสส์ บาร์คลี่ย์ (แกเร็ธ แบร์รี่ นาทีที่ 84)

อารอน เลนน่อน (เอนเนอร์ วาเลนเซีย นาทีที่ 60)

โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน (เควิน มิรัลลาส นาทีที่ 12)

โรเมลู ลูกากู

 

ตัวสำรอง

มาเทอุสซ์ เฮเวลท์

ฟิล จาเกียลก้า

เมสัน โฮลเกต

แกเร็ธ แบร์รี่ (รอสส์ บาร์คลี่ย์ นาทีที่ 84)

ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์

เควิน มิรัลลาส (โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน นาทีที่ 12)

เอนเนอร์ วาเลนเซีย (อารอน เลนน่อน นาทีที่ 60)

 

เซาแธมป์ตัน

เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์

เซดริก โซอาเรส (แจ็ค สตีเฟนส์ นาทีที่ 6)

มาย่า โยชิดะ

โชเซ่ ฟอนเต้ (กัปตันทีม)

แซม แม็คควีน

ยอร์ดี้ คลาซี่ (เชน ลอง นาทีที่ 78)

โอริออล โรเมอู

ดูซาน ทาดิช (โซฟิยาน บูฟาล นาทีที่ 66)

เจมส์ วอร์ด-พราวส์

นาธาน เรดมอนด์

เจย์ โรดริเกซ

 

ตัวสำรอง

แฮร์ริส ลูอิส

แจ็ค สตีเฟนส์ (เซดริก โซอาเรส นาทีที่ 6)

ไรอัน เบอร์ทรานด์

แฮร์ริสัน รีด

สตีเว่น เดวิส

โซฟิยาน บูฟาล (ดูซาน ทาดิช นาทีที่ 66)

เชน ลอง (ยอร์ดี้ คลาซี่ นาทีที่ 78)