วันอังคาร   20 ธ.ค. 2016 03:00

ประตูในนาทีที่ 4 ของช่วงเวลาทดเจ็บครึ่งหลังจาก ซาดิโอ มาเน่ ยัดเยียดความปราชัยในบ้านเป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้อย่างโหดร้ายให้กับเอฟเวอร์ตัน

หลังจากที่สู้กับคู่แข่งได้อย่างสูสีเกือบจะตลอดทั้งเกม หัวใจของเดอะบลูส์ต้องแตกสลายเมื่อลูกยิงของตัวสำรอง ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ไปชนเสากระเด้งออกมาจนเปิดโอกาสให้มาเน่ซ้ำเข้าไปโล่งๆจากระยะเผาขนเป็นประตู

เป็นศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากและเต็มไปด้วยความดุเดือดเลือดพล่าน เป็นเกมที่เห็นความมุ่งมั่น, พลังงาน จังหวะอันรวดเร็ว และบรรยากาศที่คุกรุ่นจนกระทั่งหมดเวลาการแข่งขัน และการซูเปอร์เซฟลูกยิงของ โรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน่ โดยนายทวารตัวสำรอง โจเอล โรเบลส ที่ต้องลงมาในครึ่งหลังเมื่อ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก เล่นต่อไม่ไหวเพราะได้รับบาดเจ็บนั้นก็เกือบจะทำให้เอฟเวอร์ตันแบ่งคะแนนได้อยู่แล้ว

ดาร์บี้ที่กูดิสัน 4 นัดหลังสุดจบลงด้วยผลเสมอทั้งหมดมาตั้งแต่ฤดูกาล 2012/13 เป็นเหมือนฉากหลังให้กับการดวลกันครั้งที่ 227 นี้ (ครั้งที่ 195 ในลีก) โดยยังไม่มีสังเวียนใดที่จบลงด้วยการเสมอกัน 5 ครั้งรวด ในขณะที่เอฟเวอร์ตันนั้นก็ยังไม่แพ้ใครในกูดิสันสำหรับพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ ฟิล จาเกียลก้า ติดโทษแบนจาก 2 ใบเหลืองในเกมกับอาร์เซน่อล ทำให้ รามิโร่ ฟูเนส โมรี ได้ลงมาทำหน้าที่แทนและ เลห์ตัน เบนส์ ยังคงได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมต่อไป

เดอะบลูส์ยังรักษาฟอร์มเดิมจากแมตช์เมื่อคืนวันอังคารเอาไว้ได้โดยใส่เต็มที่กับทุกจังหวะ 50/50, แย่งโหม่งและเก็บบอลจังหวะสองไว้ได้ ในขณะที่การเล่นนั้นก็ดูดีและดุดันด้วยการไล่บีบสูง แฟนบอลต่างส่งเสียงเชียร์ทีมกันดังก้อง ซึ่งลิเวอร์พูลก็ถูกเล่นงานจากการออกบอลเร็วและการเคลื่อนที่ว่องไว รูปเกมที่เสียขบวนของพวกเขาแสดงให้เห็นว่าเอฟเวอร์ตันพยายามฉกฉวยความได้เปรียบจากการเป็นเจ้าบ้านไว้ตั้งแต่เนิ่น

เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ จ่ายสั้นไปให้ เชมุส โคลแมน ได้มีพื้นที่ทางกราบขวา แล้วกัปตันทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ก็โยนได้ดีโดยมี เอนเนอร์ วาเลนเซีย และ โรเมลู ลูกากู รอท่าอยู่ตรงกลางแต่ เดยัน ลอฟเรน ยังสามารถโหม่งสกัดออกไปได้ ทั้งโคลแมนและเบนส์ต่างเติมเกมทางริมเส้นจนลิเวอร์พูลนั้นหาจังหวะของตัวเองไม่เจอ พวกเขาต้องใช้เวลาถึง 27 นาทีจึงจะเจาะเข้าเขตโทษของเอฟเวอร์ตันได้เป็นครั้งแรก บรรยากาศในสนามยังคงบ่งบอกถึงความเป็นดาร์บี้ต่อไป

เมื่อ อารอน เลนน่อน มีที่ว่างจากนอกกรอบเขตโทษ เขาครอสผ่านปากประตูไปให้กับลูกากูและทาง แร็กนาร์ คลาวาน ได้เข้าสกัดจังหวะสำคัญเอาไว้ด้วยขาข้างซ้ายเพื่อป้องกันไม่ให้แข้งเบลเยี่ยมมีโอกาสได้ลุ้นในกรอบ 18 หลา ทางทีมเยือนเริ่มทำได้ดีขึ้นเมื่อพวกเขาสามารถต่อเกมกันขึ้นมาได้แต่ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ได้ยิงไม่ถนัดนัก ซึ่งก่อนหน้านี้เขาก็มีโอกาสได้ส่องไกลก่อนแล้วแต่ทางเอฟเวอร์ตันยังคงมีความแน่นอนในแนวรับ ขณะที่เกมเต็มไปด้วยความดุเดือดจากจังหวะการเล่นแต่กลับไม่มีความรุนแรงแบบฉบับดาร์บี้คู่นี้เกิดขึ้นเลย ทุกอย่างเป็นไปตามเกมอย่างใสสะอาด

เหล่าแฟนบอลต่างส่งเสียงดังร้องเรียกแฮนด์บอลเมื่อลูกโยนจากนอกกรอบเขตโทษของโคลแมนไปติดบล็อกของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมหงส์แดง เสียงจากกองเชียร์ทวีความดังขึ้นเมื่อ นาธาเนียล ไคลน์ ครอสให้ ดิว็อค โอริกี สบโอกาสยิงในจังหวะแรก แต่บอลหลุดออกนอกกรอบไป

จากนั้นเป็นฟูเนส โมรี ที่ได้ลงสนามเป็นนัดที่ 50 ให้กับท็อฟฟี่สีน้ำเงินได้โอกาสชัดแจ้งที่สุดในครึ่งแรกจากลูกเตะมุมอัดเข้ามาของบาร์คลี่ย์ ดาวเตะอาร์เจนไตน์ฉีกหนีโอริกีตัวประกบก่อนจะขึ้นโขกโล่งๆ แต่บอลหลุดเสาออกไป

แม็คคาร์ธี่ย์ซึ่งทำผลงานได้ดีใน 45 นาทีแรกต้องรับการปฐมพยาบาลจากอาการบาดเจ็บที่แฮมสตริงในช่วงท้ายครึ่งแรก และเป็น แกเร็ธ แบร์รี่ ที่ถูกเปลี่ยนลงมาแทนเจมส์ในครึ่งหลัง ทำให้แบร์รี่ทำสถิติลงสนามเป็นนัดที่ 750 ในอาชีพการค้าแข้ง

ทัพเดอะเร้ดส์เป็นฝ่ายเริ่มต้นครึ่งหลังได้ดูดีกว่า อย่างไรก็ตามจังหวะวิ่งเข้าทำที่จุดนัดพบของเฟอร์มิโน่ได้ฉีกหนีโมรีก่อนสเตเคเลนเบิร์กจะป้องกันเอาไว้ได้และเคลียร์บอลทิ้งออกไป

จังหวะถัดมาเป็นลูกฟรีคิกของเดอะบลูส์ กาน่าถ่ายบอลให้กับโคลแมน แบร์รี่ได้บอลในจังหวะต่อมาได้โยนเข้าหัวของลูกากูแต่กองหน้าทีมชาติเบลยียมโหม่งข้ามคานออกไป

ต่อมาเป็นผู้ตัดสิน ไมค์ ดีน ได้แจกใบเหลืองให้แก่ลอฟเรนหลังบังทางวิ่งของลูกากูที่แตะบอลกระชากหนีออกไป ก่อนที่สเตเคเลนเบิร์กต้องออกมาป้องกันการหลุดเดี่ยวของเฟอร์มิโน่จากจังหวะทำชิ่ง 1-2 กับ ซาดิโอ มาเน่ และเป็นเบนส์ที่พุ่งเข้ามาเคลียร์บอลในวินาทีสุดท้าย แบ็คซ้ายจอมเก๋าปะทะกับสเตเคเลนเบิร์กในจังหวะต่อเนื่องจนนายทวารชาวดัตช์ที่เจ็บหัวเข่าต้องรับการปฐมพยาบาลจากสต๊าฟ

แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ ผู้ลงสนามเป็นนัดที่ 500 ในอาชีพการค้าแข้งต้องเป็นคนเตะเปิดเกมจากประตูแทนสเตเคเลนเบิร์กที่ยังมีอาการเจ็บบริเวณหัวเข่า โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน ถูกชะลอการถูกส่งลงสนามเพื่อใช้โควตาเปลี่ยนตัว โจเอล โรเบลส ลงมาแทนที่สเตเคเลเบิร์ก

เกมเริ่มระอุขึ้นเมื่อบาร์คลี่ย์อัดเข้าใส่เฮนเดอร์สันจนได้รับใบเหลือง เช่นเดียวกับโคลแมนที่เกี่ยวข้องในจังหวะดังกล่าว

คาลเวิร์ต-เลวิน ถูกส่งลงมาประเดิมในเกมดาร์บี้ครั้งแรกหลังเพิ่งเดบิวท์ให้กับเดอะบลูส์ในเกมกับอาร์เซนอลเมื่อสัปดาห์ก่อน กองหน้าดาวรุ่งถูกส่งลงมาแทนที่วาเลนเซีย ยืนประจำการที่ริมเส้นฝั่งขวา ก่อนที่จังหวะต่อมาเป็นโคลแมนตามประกบติดโอริกีไม่ให้ทำอันตรายได้ถนัดถนี่นัก

นายทวารที่ถูกส่งลงมาแทนอย่างโรเบลสเซฟสุดสำคัญในช่วงท้ายเกมหลัง เจมส์ มิลเนอร์ เปิดลูกเตะมุมให้กับเฟอร์มิโน่ หัวหอกหงส์แดงได้โอกาสยิงเหน่งๆ เล็งไปที่มุมประตู แต่นายทวารสแปนิชล้มตัวพุ่งปัดเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

เกมทำท่าจะจบลงโดยการแบ่งคนละ 1 คะแนน แต่การทดเวลาบาดเจ็บ 8 นาทีก็นำความชอกช้ำมาสู่เจ้าถิ่น เมื่อมาเน่สบโอกาสตามซ้ำลูกยิงของสเตอร์ริดจ์เป็นประตูชัยให้กับลิเวอร์พูล และความพ่ายแพ้ในนัดนี้ถือเป็นการปราชัยในบ้านเป็นนัดแรกของท็อฟฟี่ในฤดูกาล 2016/17

เอฟเวอร์ตัน:
มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก (นาทีที่ 64 โจเอล โรเบลส)
เชมุส โคลแมน
รามิโร่ ฟูเนส โมรี
แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์
เลห์ตัน เบนส์
อิดริสซา กาน่า เกย์
เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ (นาทีที่ 46 แกเร็ธ แบร์รี่)
เอนเนอร์ วาเลนเซีย (นาทีที่ 72 โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน)
รอสส์ บาร์คลี่ย์
อารอน เลนน่อน
โรเมลู ลูกากู

สำรอง:
โจเอล โรเบลส (นาทีที่ 64 มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก)
เมสัน โฮลเกต
จอนโจ เคนนี่
แกเร็ธ แบร์รี่ (นาทีที่ 46 เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์)
ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์
เควิน มิรัลลาส
โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน (นาทีที่ 72 เอนเนอร์ วาเลนเซีย)

ลิเวอร์พูล:
ซิมง มิโญเล่ต์
นาธาเนียล ไคลน์
เดยัน ลอฟเรน
แร็กนาร์ คลาวาน
เจมส์ มิลเนอร์
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม
อดัม ลัลลาน่า (นาทีที่ 82 เอ็มเร่ ชาน)
โรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน่
ซาดิโอ มาเน่ (นาทีที่ 90 ลูคัส เลว่า)
ดิว็อค โอริกี (นาทีที่ 82 ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์)

สำรอง:
โลริส คาริอุส
อัลแบร์โต้ โมเรโน่ เปเรซ
ลูคัส เลว่า (นาทีที่ 90 ซาดิโอ มาเน่)
เอ็มเร่ ชาน (นาทีที่ 82 อดัม ลัลลาน่า)
เทร็นท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
เบน วู้ดเบิร์น
ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (นาทีที่ 82 ดิว็อค โอริกี)