6
ลูกากู (1', 29', 83', 84'), แม็คคาร์ธี่ย์ (24'), บาร์คลี่ย์ (90')
3
คิง (60', 70') อาร์เทอร์ (90')
วันเสาร์   04 ก.พ. 2017 22:00

โรเมลู ลูกากู ทำได้ 4 ประตูในเกมนี้ ประตูแรกของเขายังนับว่าเป็นการยิงที่รวดเร็วที่สุดที่กูดิสันพาร์คในประวัติศาสตร์การลงเล่นบนพรีเมียร์ลีกของเอฟเวอร์ตัน ในเกมสุดเร้าใจที่ท็อฟฟี่สีน้ำเงินเอาชนะบอร์นมัธได้ 6-3

ลูกแรกของลูกากูเกิดจากการปั่นโค้งด้วยเท้าซ้ายอย่างดุดันที่บริเวณกรอบเขตโทษ ทำสถิติยิงได้รวดเร็วที่สุด 30 วินาที แซงประตูของ เดวิด อันสเวิร์ธ ที่ทำไว้ได้ในการประเดิมสนามคุมทีมของ เดวิด มอยส์ เมื่อเดือนมีนาคม 2002 ที่ 32 วินาที

หอกเบลเจี้ยนทำประตูที่สองของตนเองได้หลังจาก เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ ยิงให้ทีมหนีห่างเป็น 2-0 ในครึ่งแรกที่เดอะบลูส์โชว์ฟอร์มการเล่นสุดร้อนแรง ทว่าฝั่งบอร์นมัธก็สามารถไล่มาเป็น 3-2 ได้เมื่อเริ่มต้นครึ่งหลังจากการยิงของ โจชัว คิง ทั้งสองประตู

ลูกากูทำให้แฟนๆ พักหายใจหายคอบ้างหลังหวาดเสียวกับการไล่ยิงตีตื้นขึ้นมาของทีมเยือนโดยการเหมาอีก 2 ประตู ทำสถิติยิงในพรีเมียร์ลีกให้ท็อฟฟี่ 59 ลูก ไล่ตามหลัง ดันแคน เฟอร์กูสัน เหลือเพียง 2 ลูกเท่านั้น

และแม้บอร์นมัธจะไล่ขึ้นมาอีกครั้งในนาทีที่ 90 จาก แฮร์รี่ อาร์เทอร์ แต่ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ก็โต้ตอบทันควันโดยการเลี้ยงหนี อาร์เทอร์ โบรุค เข้าไปชูมือฉลองชัยก่อนที่จะจบสกอร์ใส่ประตูโล่งๆ ต่อหน้ากองเชียร์ฝั่งพาร์คเอนด์เป็นจังหวะสุดท้ายของเกมดังกล่าว

ก่อนเกมจะเริ่มขึ้น โรนัลด์ คูมัน ต้องพบกับความยากลำบากในการจัดทีมเมื่อ อิดริสซา กาน่า เกย์ กลับมาจากการรับใช้ทีมชาติเซเนกัลในแอฟริกาคัพออฟเนชั่นส์เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งแม็คคาร์ธี่ย์ก็ฟิตสมบูรณ์พร้อมลงเล่นเช่นกัน

นายใหญ่เลือกที่จะเก็บกาน่าไว้บนม้านั่งสำรองร่วมกับ เควิน มิรัลลาส, ทอม เดวี่ส์ และ เมสัน โฮลเกต ขณะที่แม็คคาร์ธี่ย์ ดาวเตะไอริชมีชื่ออยู่ใน 11 ผู้เล่นตัวจริงเช่นเดียวกับ แกเร็ธ แบร์รี่ และ อเดโมลา ลุคแมน ที่ได้ออกสตาร์ทในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรกหลังย้ายมาจากชาร์ลตัน

“คุณต้องปกป้องผู้เล่นเยาวชนบ้างในบางครั้ง” กุนซือเอฟเวอร์กล่าวอธิบาย “พวกเรารู้ดีว่ามีการแข่งขันแย่งตำแหน่งที่เข้มข้นในแผงมิดฟิลด์ซึ่งมันทำให้ผมสามารถปรับเปลี่ยนทีมได้ตามสถานการณ์ โดยลุคแมนสมควรที่จะได้ออกสตาร์ทในวันนี้ เขาทำให้ทีมมีชีวิตชีวามากขึ้นเมื่อถูกเปลี่ยนตัวลงสู่สนามผมจึงอยากเห็นเขาลงเล่นตั้งแต่เริ่มเกม”

หลังจากเสียงนกหวีดเริ่มเกมเพียงไม่กี่วินาที เอฟเวอร์ตันเล่นลูกตั้งเตะเร็วในแดนในตัวเอง ลูกเปิดของโคลแมนล้นไปเข้าทาง ไทรอน มิงส์ ที่สกัดไม่พ้นอันตราย แม็คคาร์ธี่ย์เก็บบอลได้และผ่านให้กับ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน บอลไปถึงลูกากู รอมทำชิ่งกับแม็คคาร์ธี่ย์ก่อนหลุดเข้าไปปั่นโค้งเข้าเสาไกลด้วยเท้าซ้ายจากระยะเลย 20 หลามาเล็กน้อย ลูกบอลพุ่งสู่ก้นตาข่ายอย่างที่โบรุคหมดสิทธิ์เซฟส่งเอฟเวอร์โตเนี่ยนเฮลั่นสนาม

ประตูของลูกากูในวินาทีที่ 30 ของเกมนั้นนับว่าเกิดขึ้นได้ยากมากรวมทั้งยังบังเอิญอย่างเหมาะเจาะที่มันเกิดกับขึ้นคู่ต่อสู้ผู้ทำสถิติยิงได้รวดเร็วที่สุดในกูดิสันพาร์คด้วยเช่นกัน โดยประตูที่ว่าเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ปี 1985 ท็อฟฟี่ในฐานะแชมป์เก่าถูก โคลิน คลาร์ก กองหน้าของบอร์นมัธยิงตั้งแต่วินาทีที่ 11 โดยในเวลานั้น แฮร์รี่ เรดแนปป์ ยังรับหน้าที่กุมบังเหียนเดอะเชอร์รี่ส์ ขณะที่ เอ็ดดี้ ฮาว โค้ชคนปัจจุบันของพวกเขาและแฟนเอฟเวอร์ตันตั้งแต่ยังเด็กคงไม่ประทับใจกับเหตุบังเอิญดังกล่าวเท่าไหร่นัก

คูมันไม่ใช่คนเดียวที่อยากเห็นลุคแมนลงสนามให้กับทีมตั้งแต่เริ่มเกม ดาวเตะวัย 19 ได้พิสูจน์ตัวเองเรียกน้ำย่อยมาแล้วด้วยการลงสนามในฐานะตัวสำรองกับการทำประตูในนัดประเดิมสนามกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงพิษสงอย่างต่อเนื่องในเกมกับคริสตัล พาเลซและสโต๊คเมื่อกลางสัปดาห์ ลุคแมนลงสนามภายใต้การเข็นอย่างเต็มที่ของลูกากูเมื่อรอมจ่ายให้กับอเดโมลาที่กรอบเขตโทษ การทำให้กองเชียร์ลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ดูเหมือนจะเป็นธรรมชาติของเด็กหนุ่มลอนดอนเนอร์รายนี้เมื่อเจ้าหนูลุคแมนรับบอลจากลูกากู ก่อนจะใช้ความว่องไวหลบอาร์เทอร์สร้างพื้นที่ให้ตัวเองและได้โอกาสยิงหลุดเสาไกลออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

ไม่นานจากนั้นแฟนๆก็ได้ลุกฮืออีกครั้งเมื่อบาร์คลี่ย์จ่ายให้ลูกากูใช้พละกำลังลุยเข้าไปแล้วจ่ายคืนให้แม็คคาร์ธี่ย์ที่เติมเข้าเขตโทษบอร์นมัธ การยิงจังหวะแรกของเขาถูก สตีฟ คุก บล็อคเอาไว้แต่บอลยังกระดอนมาเข้าทางเขาอีกครั้ง ขณะที่ อาร์เทอร์ โบรุค นายทวารทีมเยือนก็จนปัญญาที่จะป้องกันการซ้ำๆจ่อของดาวเตะทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์

แล้วทุกคนก็ได้เห็นความเหนือชั้นของแบร์รี่และโดยเฉพาะชไนเดอร์ลินที่รับส่งบอลกันอย่างเนียนตาขณะที่เอฟเวอร์ตันยังคุมเกมเอาไว้ได้ ทั้งไหวพริบ, การสัมผัสที่แน่นอน, ทางบอลในทุกจังหวะ และการอ่านเกมของชไนเดอร์ลินส่งผลให้ความพยายามในการเจาะเอฟเวอร์ตันนั้นไร้ผล เมื่อเทียบกันแล้วบอร์นมัธดูจะไร้พิษสงไปเลยและเป็นเรื่องยากที่จะไม่รู้สึกเห็นใจฮาวเนื่องจากทีมของเขาดูจะขาดความมั่นใจที่สุดแล้วในฤดูกาลนี้

ในทางกลับกัน เอฟเวอร์ตันฟอร์มกำลังติดบนลมเมื่อประตูที่ 3 มาบังเกิดจากเท้าของลูกากู โดยหัวหอกชาวเบลเยี่ยมลงโทษอย่างเฉียบขาดเมื่อ ไซม่อน ฟรานซิส กัปตันทีมบอร์นมัธจ่ายคืนหลังพลาด ตอนนี้ชัยชนะนัดที่ 6 จาก 9 เกมพรีเมียร์ลีกอันมีผลเสมอ 2 นัดและความปราชัยช่วงท้ายในศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์รวมอยู่ด้วยนั้นแทบจะเห็นอยู่รำไร แจ็ค วิลเชียร์ มาได้ยิงแฉลบออกหลังเป็นเตะมุม แล้ว โจเอล โรเบลส ต้องออกแรงเซฟการลุ้นประตูของคุกเอาไว้ แต่บอร์นมัธก็ยังดูไม่มีเขี้ยวเล็บอะไรนัก

อย่างไรก็ตามบอร์นมัธยังไม่หมดโอกาสในวันนี้เสียทีเดียวและพวกเขาก็ตื่นตัวขึ้นมาในครึ่งหลัง อาร์เทอร์ได้ซัดข้ามคานเป็นการส่งสัญญาณถึงความแน่วแน่ แล้วความหวังของผู้มาเยือนก็บังเกิดชัดจากการจบสกอร์สุดเฉียบของคิงโดยการยกบอลข้ามกองหลังของวิลเชียร์ในนาทีที่ 59 เป็นการลดช่องว่างลงมา

กลายเป็นทั้งสองทีมต่างมีโอกาสจะเฮพอกัน บาร์คลี่ย์ไหลบอลไปให้แม็คคาร์ธี่ย์ที่ยิงไปติดเซฟของโบรุคแล้วการซ้ำของลุคแมนก็เข้าข้างตาข่าย เดวี่ส์ถูกส่งลงมาแทนแม็คคาร์ธี่ย์หลังผ่านชั่วโมงแรกแล้วก็เกือบจะได้ใส่พานให้ลูกากูได้ลุ้นซัดตรงกรอบอีกหนแต่แข้งเบลเจี้ยนถูกตัวสำรอง แบรด สมิธ กระแทกล้มลง

แต่เผลอเป็นไม่ได้กลายเป็นว่าบอร์นมัธสามารถกลับมาสู่เกมได้อย่างไม่น่าเชื่อ โรเบลสต้องเซฟลูกยิงของคิงเอาไว้อีกครั้งพร้อมกับเสียเตะมุมก่อนที่ ไรอัน เฟรเซอร์ จะตะลุยควบไปทางขวาแล้วปาดให้คิงได้ชาร์จบอลผ่านตัวโรเบลสเข้าไป หลังถูกฝังจนจมดินไปแล้วเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน จู่ๆเดอะเชอร์รี่ส์ก็ฟื้นคืนชีพมาหายใจรดต้นคอท็อฟฟี่ทำเอาผู้ชม 39,026 คนในกูดิสันต่างนั่งตัวเกร็งอย่างเห็นได้ชัด

จากนั้นลูกากูก็ช่วยนำความผ่อนคลายกลับมาอีกครั้งด้วยความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์อย่างชัดแจ้ง เจ้าตัวถ่ายบอลออกด้านขวาให้กับโคลแมนแล้ววิ่งเติมไปที่เสาไกลเพื่อตะบันบอลจากลูกโยนของแข้งชาวไอริชพุ่งผ่านมือโบรุคเข้าประตูไปอย่างแม่นยำ แต่เขาไม่หยุดเพียงแค่นั้น คราวนี้เปลี่ยนมาชิ่งหนึ่ง-สองกับบาร์คลี่ย์ที่ตอกส้นคืนให้ลูกากูได้หลุดเข้าไปปิดบัญชีอีกรอบ ลูกยิงของหัวหอกดาวซัลโวกระดอนสวนตัวของโบรุคตุงตาข่าย กลายเป็นลูกที่ 4 และเป็นการผลิตสกอร์ได้จำนวนนี้ครั้งแรกในสีเสื้อรอยัลบลูนับตั้งแต่ หลุยส์ ซาฮา ทำได้ในเกมกับแบล็คพูลเมื่อเกือบ 6 ปีก่อน

กระนั้นก็ยังพอมีเวลาให้อาร์เทอร์ได้หยุดเสียงเฮในกูดิสันอยู่ชั่วครู่อีกหนโดยการยิงเข้าไปขณะที่ผู้ตัดสินที่สี่ชูป้ายทดเวลา 4 นาที แต่สุดท้ายกลายเป็นบาร์คลี่ย์ที่หลุดมาตั้งแต่กลางสนามได้ล็อคหนีผู้รักษาประตูโบรุคพร้อมกับชูมือทั้งสองข้างฉลองต่อหน้าแฟนบอลฝั่งพาร์คเอนด์ก่อนจะส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายที่ไร้คนป้องกัน ชัยชนะครั้งนี้ส่งให้เอฟเวอร์ตันขยับขึ้นไปตามหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 ที่จะเจอกับแชมป์เก่าเลสเตอร์ ซิตี้ ที่คิงพาวเวอร์สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์เหลือ 2 แต้ม

เอฟเวอร์ตัน:
โจเอล โรเบลส
เลห์ตัน เบนส์
รามิโร่ ฟูเนส โมรี
แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์
เชมุส โคลแมน
แกเร็ธ แบร์รี่ (นาทีที่ 80 เมสัน โฮลเกต)
มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน
เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ (นาทีที่ 61 ทอม เดวี่ส์)
อเดโมลา ลุคแมน (นาทีที่ 71 เควิน มิรัลลาส)
รอสส์ บาร์คลี่ย์
โรเมลู ลูกากู

สำรอง:
มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก
ฟิล จาเกียลก้า
เควิน มิรัลลาส (นาทีที่ 71 อเดโมลา ลุคแมน)
อิดริสซา กาน่า เกย์
เอนเนอร์ วาเลนเซีย
ทอม เดวี่ส์ (นาทีที่ 61 เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์)
เมสัน โฮลเกต (นาทีที่ 80 แกเร็ธ แบร์รี่)

บอร์นมัธ:
อาร์เทอร์ โบรุค
ไซม่อน ฟรานซิส (นาทีที่ 46 แบร็ด สมิธ)
สตีฟ คุก
ไทรอน มิงส์
มาร์ค พิวจ์ (นาทีที่ 83 เบนิค อาโฟเบ้)
แอนดรูว์ เซอร์แมน
แดน กอสลิ่ง (นาทีที่ 46 จอร์แดน ไอบ์)
แฮร์รี่ อาร์เทอร์
ไรอัน เฟรเซอร์
แจ็ค วิลเชียร์
โจชัว คิง

สำรอง:
ไรอัน ออลซอป
แบร็ด สมิธ (นาทีที่ 46 ไซม่อน ฟรานซิส)
ไบลี่ คาร์กิลล์
จูเนียร์ สตานิสลาส
จอร์แดน ไอบ์ (นาทีที่ 46 แดน กอสลิ่ง)
ลิส มุสเซต
เบนิค อาโฟเบ้ (นาทีที่ 83 มาร์ค พิวจ์)