0
2
มิรัลลาส 51', ลูกากู 90+1'
วันจันทร์   26 ธ.ค. 2016 22:00

นับว่าเป็นผลงานในวันบ็อกซิ่งเดย์อันยอดเยี่ยมของเอฟเวอร์ตันหลังประตูจาก เควิน มิรัลลาส และ โรเมลู ลูกากู ช่วยให้ทีมคว้าชัยเหนือแชมป์เก่าเลสเตอร์ ซิตี้ ทำให้จิ้งจอกสีน้ำเงินต้องพบกับความปราชัยในคิงพาวเวอร์สเตเดี้ยมเป็นนัดที่ 2 ของฤดูกาลนี้

เริ่มต้นครึ่งหลังเพียง 6 นาที หลังจากเลสเตอร์ได้โอกาสโจมตีถึงหน้าประตูท็อฟฟี่ 2 ครั้ง เป็น โจเอล โรเบลส ที่เตะเปิดยาวจากกรอบเขตโทษของตนเอง บอลหลุดจากไลน์กองหลังของเจ้าบ้านเข้าทางมิรัลลาสที่ควบเข้าไปยิงประตูขึ้นนำ ถือเป็นประตูที่ 3 ซึ่งดาวเตะทีมชาติเบลเยียมซัดใส่เดอะฟ็อกซ์ได้ เป็นการพาทีมเยือนเริงร่าอีกครั้งหลังเพิ่งปราชัยในศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ในนัดก่อน

และเป็นลูกากูที่มาย้ำชัยยิงประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในจังหวะใกล้เคียงกับการเข้าทำประตูแรก พร้อมกับพาเดอะบลูส์เก็บ 3 คะแนนเต็มกลับบ้านและทะยานขึ้นไปอยู่อันดับที่ 7 ของตารางคะแนน ตามหลังแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 7 แต้ม

โรนัลด์ คูมัน เปลี่ยนตัวผู้เล่น 4 ตำแหน่งหลังเกมกับลิเวอร์พูลที่กูดิสันพาร์ค โจเอล โรเบลส, เมสัน โฮลเกต, แกเร็ธ แบร์รี่ และ เควิน มิรัลลาส มีชื่ออยู่ใน 11 ผู้เล่นตัวจริง แทนที่ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก และ เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเกมที่แล้ว ขณะที่ รอสส์ บาร์คลี่ย์ กับ ฟิล จาเกียลก้า รอโอกาสลงสนามอยู่บนซุ้มม้านั่งสำรอง

ส่วนเลสเตอร์เจ้าบ้านก็ได้เปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากนัดก่อนเช่นกันหลัง เจมี่ วาร์ดี้, โรเบิร์ต ฮูธ และ คริสเตียน ฟูคส์ ติดโทษแบน ขณะที่ ริยาด มาห์เรซ และ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ เป็นตัวสำรอง

คูมันให้สัมภาษณ์ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นเอาไว้ว่า “ทุกคนรู้ดีว่าพวกเขามักเล่นเกมในบ้านอย่างดุดันและต้องการที่จะทำประตูขึ้นนำก่อน สิ่งที่เราต้องทำตั้งแต่แรกก็คือพยายามคุมเกมเอาไว้ให้ได้และครอบครองบอลให้ดี ข้อแตกต่าง (ที่จะตัดสินเกมนี้) คือการที่จะหยุดการเข้าทำของฝั่งตรงข้ามให้ได้ นอกจากนี้เราต้องเน้นประสิทธิภาพในการเข้าทำที่ดีเมื่อสบโอกาสมีพื้นที่ว่าง”

เดอะฟ็อกซ์เป็นฝ่ายสร้างอันตรายได้ก่อนในช่วงเริ่มเกม โอกาสยิงครั้งแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 11 เมื่อ เดมาไร เกรย์ ผ่านบอลให้ ดาเนี่ยล อมาร์ตี้ย์ ยิงไกลจากระยะ 25 หลา บอลพุ่งเข้ามือโรเบลส และในจังหวะต่อมาเกรย์รับบอลจาก คาสเปอร์ ชไมเคิล ประสานงานกับ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ก่อนที่จะยิงหลุดกรอบออกไป

เลสเตอร์ยังคงทำได้ดีอย่างต่อเนื่องเมื่อ เบน ชิลเวลล์ พาบอลขึ้นไปจนทำให้ทีมได้ลูกเตะมุม และจังหวะต่อเนื่องนี้เองที่ แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ ต้องออกแรกปะทะ อิสลาม สลิมานี่ เคลียร์บอลทิ้งก่อนที่ศูนย์หน้าจิ้งจอกจะได้โอกาสอย่างถนัดถนี่

เกรย์และ แอนดี้ คิง ประสานงานกันได้ดีทางซ้ายจนเปิดพื้นที่ให้อัลไบรท์ตันได้เปิดเข้าไปลุ้นอีกหนแต่ทางวิลเลี่ยมส์สกัดออกไปเป็นเตะมุม ทีมแชมป์เก่าพยายามจะครองเกมเอาไว้ในทันทีในขณะที่ท็อฟฟี่นั้นยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ว่างได้ในระดับที่ต้องการตามที่คูมันได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ก่อนเริ่มแข่ง

บอลเร็วจาก แกเร็ธ แบร์รี่ ไปให้กับลูกากูสร้างความกดดันให้เลสเตอร์ที่จัดระเบียบเกมรับกันไม่ทันตรงนอกกรอบเขตโทษแต่ เวส มอร์แกน และชิลเวลล์ยังสามารถรับมือเอาไว้ได้ หัวหอกเบลเยี่ยมนั้นไม่ค่อยมีคนเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนการครองบอลของผู้เล่นทั้งสองฝั่งก็เสียกันง่ายเกินไปซึ่งผลงานโดยรวมดูราวกับยังไม่สร่างเมาจากปาร์ตี้คริสต์มาส

ขณะที่เวลาครึ่งแรกใกล้จะหมดลง อารอน เลนน่อน ก็โยนจากกราบซ้ายเข้าไปจนโดนโหม่งเคลียร์ออกมาและทาง เลห์ตัน เบนส์ เติมขึ้นมาจนสุดเส้นโดยมีคิงที่เข้าปะทะเพื่อหมายจะหยุดเอาไว้ให้ได้ เดอะบลูส์จำต้องมีจังหวะทำเข้าเร็วแบบนี้อีกเยอะๆ และมิรัลลาสก็ได้ควบเข้ากรอบโทษจนชิลเวลล์ทำเสียเตะมุม มิรัลลาสทำหน้าที่เปิดเข้าไปแต่บอลกระดอนกลับมาเข้าเท้าเขาอีกครั้ง เจ้าตัวจึงครอสอย่างประณีตไปที่เสาไกลให้ รามิโร่ ฟูเนส โมรี ได้เทคตัวโขกแต่ยังโหม่งได้ไม่ถนัดนักจนบอลหลุดกรอบไป

จากนั้นโอกาสที่ดีที่สุดมาเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่อึดใจก่อนพักครึ่ง อิดริสซา กาน่า เกย์ ชิ่งหนึ่ง-สองกับลูกากูที่ริมเขตโทษก่อนที่บอลจะไปเข้าเท้าเบนส์ทางฝั่งซ้าย แล้วเจ้าตัวก็ตะบันกึ่งยิงกึ่งผ่านบอลพุ่งผ่านหน้าประตูโดยมีมิรัลลาสที่พยายามตามมาชาร์จแต่เข้าไม่ถึงซึ่งน่าจะเล่นงานชไมเคิ่ลไปแล้วหากเขาสัมผัสโดนบอลจากระยะเผาขนแบบนั้น

หลังจากส่งดริงคต์วอเตอร์ลงมาแทน ชินจิ โอคาซากิ เลสเตอร์ก็เริ่มต้นครึ่งหลังได้สดใสกว่าเดิมและทางสลิมานี่และเกรย์ก็ล้วนมีโอกาสได้ส่องจากระยะไกลซึ่งหลุดกรอบออกไปก่อนที่เอฟเวอร์ตันจะมาจะได้ประตูจากความเด็ดขาด

โรเบลสสาดบอลยาวออกไปแล้วมิรัลลาสก็อ่านจังหวะได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยการสอดทะลุช่องระหว่างมอร์แกน และ มาร์ซิน วาซิเลฟสกี้ เข้าไปหามุมยิงในกรอบโทษก่อนจะตะบันผ่านตัวชไมเคิ่ล โดยทางวาซิเลฟสกี้พยายามจะสกัดบอลออกมาจากมุมล่างขวาของตาข่ายแต่ก็ไม่สำเร็จ และด้วยผู้เก็บสถิติอันมีประโยชน์อย่าง Opta นั่นเองก็ชี้ให้เห็นว่าโรเบลสได้ทำแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เท่ากับ ฆวน มาต้า ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่จำนวน 1 ครั้ง

มาห์เรซลงมาแทนคิงและ เลโอนาร์โด้ อูยัว ลงมาแทนเกรย์ โดยทาง เคลาดิโอ รานิเอรี่ หมายที่จะเปลี่ยนโมเมนตัมเกม แดนนี่ ซิมป์สัน ครอสจากทางขวาบอลลอยโด่งข้ามหัวโฮลเกตจนอูยัวได้ตั้งศีรษะโหม่งจังๆแต่ตรงไปเข้ามือโรเบลส ทอม เดวี่ส์ ก็ลุกมาจากม้านั่งสำรองลงไปแทนแบร์รี่ เกมนั้นยังคงลุ้นกันหนักขึ้นไปอีกเมื่อทางเลสเตอร์ไม่อยากปราชัยเพิ่มระหว่างดิ้นรนกับการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก

แต่เอฟเวอร์ตันยังคงรักษาการครองบอลเอาไว้ได้พร้อมกับสร้างโอกาสสำคัญให้กับกาน่าเมื่อลูกากูปาดเข้ากลางจากฝั่งขวา แต่บางทีอาจเพราะตั้งใจมากเกินไปทำให้จังหวะที่กาน่ายืดขาเข้าไปเพื่อหมายจะชาร์จให้โดนบอลนั้นกลายเป็นการยิงข้ามคานจากระยะเพียง 4 หลา แต่ต่อให้พลาดจังหวะนั้นไปก็ไม่เสียหายอะไร โรเบลสทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างครบถ้วนเช่นเดียวกับแผงหลังของเอฟเวอร์ตัน และในจังหวะที่ฟูเนส โมรีเคลียร์บอลไปเข้าทางลูกากู หัวหอกร่างใหญ่ก็สลัดหลุดตัวประกบ ตะบึงเข้าหาประตู เลี้ยงหลบตัวประกบคนที่สองแล้วจัดการปิดบัญชีแบบไม่ต้องลุ้นกันให้เหนื่อยเพิ่ม

 

เลสเตอร์ ซิตี้

คาสเปอร์ ชไมเคิล

เบน ชิลเวลล์

เวส มอร์แกน (กัปตันทีม)

มาร์ซิน วาซิเลฟสกี้

แดนนี่ ซิมป์สัน

เดมาไร เกรย์ (เลโอนาร์โด้ อูยัว นาทีที่ 65)

แอนดี้ คิง (ริยาด มาห์เรซ นาทีที่ 64)

ดาเนี่ยล อมาร์ตี้ย์

มาร์ค อัลไบรท์ตัน

อิสลาม สลิมานี่

ชินจิ โอคาซากิ (แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ นาทีที่ 46)

 

ตัวสำรอง

รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์

หลุยส์ เฮอร์นานเดซ

นัมปาลิส เมนดี้

แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ (ชินจิ โอคาซากิ นาทีที่ 46)

ริยาด มาห์เรซ (แอนดี้ คิง นาทีที่ 64)

อาห์เหม็ด มูซา

เลโอนาร์โด้ อูยัว (เดมาไร เกรย์ นาทีที่ 65)

 

เอฟเวอร์ตัน

โจเอล โรเบลส

รามิโร่ ฟูเนส โมรี

แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์

เมสัน โฮลเกต

เชมุส โคลแมน

เลห์ตัน เบนส์

แกเร็ธ แบร์รี่ (กัปตันทีม) (ทอม เดวี่ส์ นาทีที่ 67)

อิดริสซา กาน่า เกย์

เควิน มิรัลลาส (รอสส์ บาร์คลี่ย์ นาทีที่ 74)

อารอน เลนน่อน (ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ นาทีที่ 87)

โรเมลู ลูกากู

 

ตัวสำรอง

มาเทอุสซ์ เฮเวลท์

ฟิล จาเกียลก้า

ทอม เดวี่ส์ (แกเร็ธ แบร์รี่ นาทีที่ 67)

ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ (อารอน เลนน่อน นาทีที่ 87)

รอสส์ บาร์คลี่ย์ (เควิน มิรัลลาส นาทีที่ 74)

เจราร์ด เดวโลเฟว

เอนเนอร์ วาเลนเซีย