2
ดอว์สัน 6', สน็อดกราสส์ 65'
2
มาร์แชล (o.g.) 45', บาร์คลี่ย์ 84'
วันเสาร์   31 ธ.ค. 2016 03:00

ในฤดูกาลนี้ไม่มีทีมใดที่พลิกเกมกลับมาเก็บแต้มได้หลังตกเป็นฝ่ายตามหลังมากเท่ากับเอฟเวอร์ตัน (12 คะแนน) เกมนี้เดอะบลูส์ถูกขึ้นนำไปก่อนจาก ไมเคิล ดอว์สัน แต่สามารถกลับมาสู่เกมได้ในช่วงท้ายครึ่งแรกจากการทำเข้าประตูตัวเองของ เดวิด มาร์แชล

โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ ยิงฟรีคิกให้ฮัลล์ขึ้นนำไปอีกครั้งในครึ่งหลัง แต่ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ก็โหม่งทำประตูตีเสมอให้กับทีมในนาทีที่ 85 นำท็อฟฟี่เก็บ 1 คะแนนออกจากเคคอมสเตเดี้ยม

นับว่าเป็นเกมที่เต็มไปด้วยจังหวะที่พลิกผันอยู่ตลอดเวลา จากที่ทีมเยือนมีโอกาสยิงชนกรอบ 2 ครั้ง และสน็อดกราสส์ของฝั่งเจ้าบ้านยิงชนคานไปอีก 1 ครั้ง ก่อนที่ปีกเชิงสูงของฮัลล์จะแก้ตัวได้สำเร็จในจังหวะต่อมา จากนั้นในช่วงใกล้จะหมดเวลา เลห์ตัน เบนส์ เปิดลูกครอสสุดสวยจากกราบซ้ายให้บาร์คลี่ย์ขึ้นโหม่ง บอลผ่านตัวมาร์แชล การันตี 1 คะแนนล้ำค่าของทีมเยือนกลับเมอร์ซี่ยไซด์

โรนัลด์ คูมัน พยายามจัดทัพในชุดที่ฟิตสมบูรณ์ที่สุดโดยเปลี่ยนแปลงผู้เล่น 3 ตำแหน่งหลังเกมบ็อกซิ่งเดย์กับแชมป์เก่าเลสเตอร์ ซิตี้ โดย รามิโร่ ฟูเนส โมรี, เมสัน โฮลเกต และ อารอน เลนน่อน หลุดจาก 11 ผู้เล่นตัวจริง แทนที่ด้วย ฟิล จาเกียลก้า, รอสส์ บาร์คลี่ย์ และ เอนเนอร์ วาเลนเซีย นายใหญ่เดอะบลูส์ได้กล่าวถึงการจัดทัพไว้ก่อนเกมว่า

“มันเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ 11 ผู้เล่นชุดเดิมเพราะคิวแข่งขันที่หนาแน่นในช่วงเวลานี้ รวมทั้งเราต้องสร้างความแตกต่างโดยคำนึงถึงแท็คติกการเล่นอีกเช่นกัน”

“ผมคิดว่าเราต้องการปลี่ยนแปลง มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสภาพความสดของผู้เล่นและเรารู้ดีว่าไม่สามารถที่จะใช้ 11 นักเตะชุดเดิมลงเล่น 3 เกมในรอบ 8 วันได้ แบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากนี้เรายังได้เปลี่ยนรูปแบบการเล่น ทีมของเรามีนักเตะที่สามารถลงเล่นในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิมได้และพวกเขาคุ้นเคยกับมันแล้ว และมันยังได้เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีมอีกเช่นกัน”

เจ้าบ้านหวังที่จะส่งท้ายปี 2016 ด้วยการกลับมาคว้าชัยอีกครั้งหลังเพิ่งเก็บ 3 คะแนนเต็มได้เพียง 1 นัด จาก 16 เกมที่ผ่านมา โดยพวกเขาเอาชนะเซาแธมป์ตันได้เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนท พวกเขาเริ่มต้นเกมอย่างรวดเร็วและมีชีวิตชีวา สน็อดกราสส์มีโอกาสยิงครั้งแรกของเกมจากฝั่งขวานอกกรอบเขตโทษแต่บอลลอยโด่งข้ามคานออกไป

ถัดมา อาห์เหม็ด เอล โมฮามาดี้ กระชากขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนจะโยนเข้าไปที่หน้าประตู แต่จาเกียลก้าสามารถเคลียร์บอลออกหลังเป็นลูกเตะมุม

จากจังหวะต่อเนื่องนี่เองที่ฮัลล์สามารถฉวยโอกาสทำประตูขึ้นนำไปก่อน สน็อดกราสส์โยนลูกเตะมุมเข้ามาด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งแรงเข้าหัวผู้เล่นเจ้าบ้านที่เสาแรก สะบัดต่อไปที่เสาสอง และเป็นกัปตันดอว์สันที่เข้าถึงบอลได้รวดเร็วกว่า กระโดดยิงผ่านมือโรเบลสเข้าประตู

เอฟเวอร์ตันพยายามโต้กลับทันควัน เควิน มิรัลลาส เลี้ยงตัดเข้าในก่อนลูกยิงไกลของเขาจะแฉลบกองหลังเจ้าบ้าน ทำให้นายทวารของฮัลล์เสียจังหวะต้องปัดบอลออกหลัง

โอกาสถัดมาเกือบตกเป็นของเดอะไทเกอร์สเมื่อ อิดริสซา กาน่า เกย์ ลังเลในจังหวะจ่ายบอลจนเกือบถูก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ฉกบอลไปได้ จากนั้นลูกครอสของ แกเร็ธ แบร์รี่ เข้าหัว เชมุส โคลแมน ในกรอบเขตโทษ แต่มาร์แชลยังสามารถปัดป้องเอาไว้ได้

เดอะบลูส์ได้เข้าทำอีกครั้งจากการประสานงานของ โรเมลู ลูกากู และแบร์รี่ ก่อนบอลจะไปเข้าทางบาร์คลี่ย์ที่หน้ากรอบเขตโทษ แต่กองกลางตัวรุกซัดบอลผ่านหน้ากรอบประตูออกไป เจ้าบ้านตอบโต้กลับในทันทีเมื่อสน็อดกราสส์เจ้าเก่าเปิดจากริมเส้นไปที่เสาสองหวังให้ ดิอูเมอร์ซี เอ็มโบกานี่ พุ่งเข้าทำประตู แต่บอลถูกเคลียร์ออกทันเวลา

ผู้เล่นของฮัลล์พยายามไล่กวดนักเตะท็อฟฟี่อย่างสุดกำลังในจังหวะสวนกลับของทีมเยือน แบร์รี่เป็นผู้พยายามจบสกอร์ในจังหวะดังกล่าวแต่ยิงหลุดกรอบออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

แม็คไกวร์พาบอลขึ้นมาตรงกลางสนามแล้วจ่ายไปให้สน็อดกราสส์ได้เปิดข้ามแผงหลังเอฟเวอร์ตันจากทางซ้าย เป็น อดามา ดิโอม็องเด้ ที่โฉบไปโขกในกรอบ 6 หลาแต่มีจาเกียลก้าตามไปเบียดเอาไว้ทำให้โหม่งหลุดกรอบไป ขณะที่อีกฟากของสนาม ลูกยิงติดบล็อคของลูกากูกระดอนไปเข้าทางวาเลนเซียแต่ก็โดนเข้ามาปิดพื้นที่เร็วเช่นกัน และการสับไกมุมแคบของมิรัลลาสก็พุ่งไปตรงตัวมาร์แชล ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสได้ลุ้นประตูพอกันแต่ฮัลล์ยังรักษาความได้เปรียบเอาไว้ได้

วาเลนเซียมีพื้นที่เล่นทางขวาของกรอบเขตโทษก่อนจะกระชากแล้วกึ่งยิงกึ่งผ่านบอลพุ่งผ่านหน้าประตูไปโดยไม่มีใครตามเข้าไปชาร์จ มิรัลลาสลองตัดเข้าในอีกครั้งโดยชิ่งหนึ่ง-สองกับวาเลนเซียแล้วซัดด้วยซ้ายบอลหลุดกรอบ จากนั้นเบนส์เติมขึ้นมาแล้วจ่ายให้ลูกากูอย่างแม่นยำแต่ลูกยิงของเขาติดบล็อคของ เคอร์ติส เดวี่ส์

จังหวะต่อมามิรัลลาสได้เปิดเตะมุม กลายเป็นมาร์แชลที่ทำเข้าประตูตัวเองขณะพยายามจะชกบอลออกไปหลังจากถูกกดดันโดยเอ็มโบกานี่ และนั่นก็เป็นแอ็คชั่นสุดท้ายของครึ่งแรกซึ่งเอฟเวอร์ตันสามารถกลับมาสู่เกมอีกครั้ง

กลับมาในครึ่งหลังผู้มาเยือนไม่รีรอที่จะสร้างความปั่นป่วนให้ฮัลล์ทันที มิรัลลาสชิ่งเร็วกับลูกากูแล้วหัวหอกเบลเยี่ยมก็ยิงไปแฉลบบางๆจากริมเขตโทษจนมาร์แชลต้องออกแรงชกบอลข้ามคานไป

มิรัลลาสได้โอกาสยิงอีกคำรบแต่บอลตรงตัวมาร์แชล นายทวารรายนี้โดนกดดันอีกครั้งเมื่อบาร์คลี่ย์กระชากขึ้นมาทางขวาแล้วกดเต็มเท้าซึ่งนายด่านฮัลล์เซฟได้เยี่ยมก่อนจะตามมาตะครุบเอาไว้อีกที

รูปเกมยังคงเหมือนกับครึ่งแรกที่ได้ผลัดกันบุก ฮัลล์มายิงชนคานจากสน็อดกราสส์ที่วางเท้าปั่นฟรีคิกด้วยซ้ายอย่างยอดเยี่ยม บอลนั้นชนมุมสามเหลี่ยมพอดี และจากลูกเตะมุมของฮัลล์ มิรัลลาสเป็นคนเคลียร์บอลออกมาแล้วเอลโมฮามาดี้ก็โยนเข้าไปถึงดอว์สันที่มีเวลาได้เอาบอลลงแล้วฮาล์ฟวอลเล่ย์พุ่งเข้ากรอบจนโรเบลสต้องโชว์เซฟเอาไว้

กระนั้นสน็อดกราสส์ก็หยุดไม่อยู่จริงๆเมื่อเบนส์ทำเสียฟรีคิกห่างจากเขตโทษ 8 หลาจากการไปรวบแม็คไกวร์ร่วง แล้วลูกยิงของดาวเตะทีมชาติสก็อตแลนด์ก็พุ่งเสียบสามเหลี่ยมไปอย่างสมบูรณ์แบบโดยที่โรเบลสนั้นพยายามพุ่งปัดแต่ก็ไม่สำเร็จ

เอฟเวอร์ตันตกเป็นฝ่ายตามหลังอีกครั้งแต่แล้วเกมก็เกิดผลิกผันอีกรอบ ทอม เดวี่ส์ ลงมาแทนแบร์รี่ และบาร์คลี่ย์ก็เกือบทำได้เยี่ยมขณะหวังจะจ่ายให้ลูกากูแต่ถูกดอว์สันตัดบอลก่อน

บาร์คลี่ย์ได้ยิงบอลแฉลบแต่ถูกมาร์แชลปัดเอาไว้ แล้วดาวรุ่ง โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน ได้ลงมาแทนวาเลนเซีย จากนั้นโคลแมนหลุดขึ้นมาทางขวาก่อนที่ลูกครอสของเขาจะโดนสกัดออกหลังเป็นเตะมุม ต่อมาเดวี่ส์กำลังกระชากหวังจะเปิดแล้วเอฟเวอร์โตเนี่ยน 2,464 ชีวิตด้านหลังประตูต่างก็ตะโกนเรียกร้องจุดโทษแต่คำขอของพวกเขาก็ถูกผู้ตัดสิน จอน มอสส์ คัดค้านไป

จากนั้นเบนส์และบาร์คลี่ย์ก็ประสานงานกันจนทำให้เกมกลับมาเท่ากันอีกครั้ง บาร์คลี่ย์ทำประตูที่ 4 ของตัวเองในฤดูกาลนี้โดยการโหม่งบอลพุ่งผ่านมือมาร์แชลเข้าไปในช่วงท้ายอันแสนดราม่า

เอฟเวอร์ตันน่าจะเป็นผู้ชนะในตอนท้าย โคลแมนโยนเข้าไปอย่างแม่นยำ คาลเวิร์ต-เลวินได้โหม่งจังๆแต่หลุดกรอบไปจึงได้เพียง 1 คะแนน จากนี้จะเป็นการพุ่งเป้าไปที่การมาเยือนของเซาแธมป์ตัน ต้นสังกัดเก่าของคูมันที่กูดิสันพาร์คในวันจันทร์

เอฟเวอร์ตัน:
โจเอล โรเบลส
เลห์ตัน เบนส์
แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์
ฟิล จาเกียลก้า
เชมุส โคลแมน
อิดริสซา กาน่า เกย์
แกเร็ธ แบร์รี่ (นาทีที่ 64 ทอม เดวี่ส์)
รอสส์ บาร์คลี่ย์
เควิน มิรัลลาส (นาทีที่ 86 รามิโร่ ฟูเนส โมรี)
เอนเนอร์ วาเลนเซีย (นาทีที่ 74 โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน)
โรเมลู ลูกากู

สำรอง:
มาเตอุสซ์ เฮเวลท์
อารอน เลนน่อน
ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์
รามิโร่ ฟูเนส โมรี (นาทีที่ 86 เควิน มิรัลลาส)
ทอม เดวี่ส์ (นาทีที่ 64 แกเร็ธ แบร์รี่)
โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน (นาทีที่ 74 เอนเนอร์ วาเลนเซีย)
เมสัน โฮลเกต

ฮัลล์ ซิตี้:
เดวิด มาร์แชล
ไมเคิล ดอว์สัน
แฮร์รี่ แม็คไกวร์
เคอร์ติส เดวี่ส์
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน
เดวิด เมย์เลอร์ (นาทีที่ 55 แซม คลูคัส)
เจค ลิเวอร์มอร์
อาห์เหม็ด เอล โมฮามาดี้
โรเบิร์ต สน็อดกราสส์
อดามา ดิโอม็องเด้ (นาทีที่ 85 ทอม ฮัดเดิลสตัน)
ดิอูเมอร์ซี เอ็มโบกานี่

สำรอง:
ทอม ฮัดเดิลสตัน (นาทีที่ 85 อดามา ดิโอม็องเด้)
แซม คลูคัส (นาทีที่ 55 เดวิด เมย์เลอร์)
ฌอน มาโลนีย์
เอลดิน ยาคูโปวิช
เจมส์ เวียร์
มาร์คุส เฮนริคเซ่น
ไรอัน เมสัน